คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพ

วัคซีนแต่ละประเภท การปฏิบัติตัวเมื่อเข้ารับวัคซีน และหลังการรับวัคซีน

หลังการรับวัคซีน ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าที่ผ่านมาจนถึงในขณะนี้การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทย ยังมีการระบาดโดยตลอด ซึ่งการได้รับวัคซีน เป็นสิ่งจำเป็นรวมทั้งสำคัญมาก ๆ เพื่อเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้มีวัคซีนที่ผลิตจากประเทศต่าง ๆ มากมาย วันนี้พวกเราจะพาทุกท่านมารู้จักกับ วัคซีนแต่ละแบรนด์กันเพิ่มมากขึ้น

– Astrazeneca ผู้คิดค้น คือ ประเทศสวีเดน และอังกฤษ ความสามารถสำหรับการคุ้มครองป้องกันเท่ากับ 70 – 80% ปริมาณที่ต้องคือ 2 โดส โดยให้ฉีดห่างจากโดสแรก 4-12 อาทิตย์ ผลกระทบ เช่น ปวดรอบ ๆ ที่ฉีด ไข้ อ่อนแรง หลังรับวัคซีน

– Sinovac คิดค้นโดยประเทศ จีนคุณภาพสำหรับในการคุ้มครองปกป้อง  50% ปริมาณโดสที่ต้องการ  2 โดส โดยให้ฉีดห่างจากโดสแรก  2 อาทิตย์ ผลกระทบ เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย หลังรับวัคซีน

– Sputnik V คิดค้นโดยประเทศ รัสเซีย ความสามารถสำหรับในการคุ้มครองปกป้อง  90% ปริมาณโดสที่ต้องการ 2 โดส โดยให้ฉีดห่างจากโดสแรก  3 อาทิตย์  เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน   ผลกระทบ เช่น ปวดศรีษะ ปวดกล้าม อ่อนแรง หลังรับวัคซีน

– Sinopharm คิดค้นโดยประเทศ จีน คุณภาพสำหรับเพื่อการปกป้อง 80% ปริมาณโดส 2 โดส โดยให้ฉีดห่างจากโดสแรก  3-4 อาทิตย์ ผลกระทบ เช่น ปวดศรีษะ ปวดกล้าม เมื่อยล้า หลังรับวัคซีน

– Novavax คิดค้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา คุณภาพสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกัน 90% ปริมาณโดส 2 โดส โดยให้ฉีดห่างจากโดสแรก 3 อาทิตย์ ผลกระทบ ปวดรอบ ๆ ที่ฉีด ปวดศรีษะ อาเจียน หลังรับวัคซีน

ปฏิบัติอย่างไร เมื่อเข้ารับการฉีดยา

ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด รวมทั้งเว้นระยะห่าง จัดแจงเอกสารที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการเข้ารับบริการให้พร้อม ก่อนรับการฉีดยา ชี้แนะให้ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด เพื่อคุ้มครองผลกระทบพื้นฐานสอดคล้องกับการดำรงชีพ ถ้ามีโรคประจำตัวหรือ ยาที่จะต้องกินบ่อย ๆ ควรจะแจ้งพยาบาลก่อน

ปฏิบัติอย่างไร หลังรับการฉีดยา

ควรจะคอยหรือพักรอดูอาการที่จุดบริการก่อน 30 นาที ถ้ามีลักษณะอาการแตกต่างจากปกติ ควรจะรีบแจ้งให้กับพยาบาลทราบดูลักษณะของตนเองต่ออีก 48 – 72 ชั่วโมง ถ้าเกิดเจออาการแตกต่างจากปกติที่ร้ายแรง ควรจะรีบไปพบหมอในทันที ควรจะฉีดให้ครบโดส ตามคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อคุณภาพสำหรับการปกป้องคุ้มครอง ควรตรึกตรองและก็คิดสิ่งที่จำเป็นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ก่อนฉีดยา ดังต่อไปนี้

– ประวัติการแพ้ยา วัคซีน ของกิน สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ อย่างหนักหรือจนกระทั่งก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

– จับไข้เกิน 38 องศาเซลเซียสในวันที่นัดหมายฉีดยา

– มีรอยฟกช้ำ หรือจ้ำเลือด หรือเลือดไหลไม่ปกติ หรือมีการใช้ยาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดอยู่ 

– เป็นผู้มีภูมิต้านทานต่ำหรือใช้ยากดภูมิต้านทานอยู่ 

– หาเป็นเข็มสอง ให้แจ้งอาการที่เกิดขึ้นจากการฉีดเข็มแรก

– กำลังมีครรภ์ หรือให้นมลูก

NJPA มุ่งมั่นที่จะรักษาความปลอดภัยของคุณในช่วงเวลาที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้

NJPA มุ่งมั่นที่จะรักษา แพทย์ของ NJPA แนะนำให้คุณรับวัคซีนโควิด เราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากประสบการณ์ของเรากับโควิดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสำหรับการเจ็บป่วยที่รุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู การใช้เครื่องช่วยหายใจ และการเสียชีวิตระหว่างตั้งครรภ์

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการคลอดก่อนกำหนดและการตายคลอดของทารกของคุณ ผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน เป็นต้น มีความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้นไปอีก

ไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ใดที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือสูญเสียการตั้งครรภ์ อันที่จริง

ไม่มีหลักฐานของผลลัพธ์ที่เลวร้ายต่อแม่หรือทารกจากการฉีดวัคซีนแก่ผู้ตั้งครรภ์ คุณสามารถรับวัคซีนโควิด-19 ควบคู่กับวัคซีนอื่นๆ ได้ คุณควรได้รับเครื่องกระตุ้นในระหว่างตั้งครรภ์เช่นกัน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยในท้องถิ่นและการเจ็บป่วยที่รุนแรงในสตรีมีครรภ์ เราขอแนะนำให้คุณไม่รอเพื่อรับยากระตุ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ข้อมูลนี้ได้รับการสนับสนุนจาก CDC, ACOG, SMFM และสมาคมการแพทย์อื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน

หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์แล้ว เพิ่งคลอด หรือรู้จักใครที่กำลังตั้งครรภ์หรือกังวลเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ รับวัคซีนของคุณตอนนี้และอยู่อย่างปลอดภัย โปรดดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโควิดด้านล่างจาก Society for Maternal-Fetal Medicine SMFM คำแนะนำทางคลินิก

เอกสารการศึกษาผู้ป่วย SMFM แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโควิด ในขณะที่เราตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กรมสาธารณสุขของรัฐนิวเจอร์ซีย์ สมาคมเวชศาสตร์ทารกในครรภ์ (SMFM) และวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งอเมริกา (ACOG) เราตระหนักดีว่าการดูแลก่อนคลอดยังคงอยู่ จำเป็นสำหรับทั้งแม่และลูก พนักงานของเราใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของคุณผ่านการฆ่าเชื้อพื้นผิวและอุปกรณ์ระหว่างผู้ป่วย การให้คำปรึกษาอาจเกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยีเสมือนเมื่อเป็นไปได้ เนื่องจากเราพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อลดจำนวนห้องรอ

ผู้เข้าพักที่อายุเกิน 18 ปี 1 คนจะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปกับผู้ป่วยในสถานที่ต่างๆ ของเราที่ Livingston, Teaneck, Westfield และ Warren โปรดทราบว่า ในปัจจุบัน นโยบายของโรงพยาบาลที่สถานที่ Belleville Clara Maass ของเรายังคงห้ามไม่ให้ผู้มาเยี่ยมผู้ป่วยของเราไปด้วย

เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ หากคุณเคยสัมผัสกับเชื้อโควิด-19 หรือสงสัยว่ามีอาการที่น่าเป็นห่วง เช่น มีไข้ ไอ หายใจลำบาก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ หรืออาการทางเดินอาหาร คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนตารางนัดหมายใหม่และถ้าหากคุณมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลของคุณ โปรดอย่าลังเลที่จะโทรหาเราที่ NJPA เราสามารถที่จะให้คำปรึกษาและช่วยเหลือได้อย่างทันถ้วงที

 

สนับสนุนโดย.    เครื่องช่วยฟังศิริราช

ผลไม้ที่ช่วยบำรุงสายตา

สายตา เป็นอวัยวะที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อร่างกายเรา เพราะปกติแล้วสายตาเป็นหัวใจสำคัญต่อการใช้ชีวิต หากขาดสายตาที่ดีไป การใช้ชีวิตของเราก็อาจยากลำบากมากขึ้น

ดังนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาดวงตาให้เป็นอย่างดี เพื่อให้การมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น ผลไม้ที่ช่วยบำรุงสายตา การดูแลดวงตาสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารบำรุงสายตา หรือรับประทานอาหารเสริมบำรุงสายตา เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีสายตาที่ดีกันทั้งนั้น

สมัยนี้เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เน้นการดูแลสายตาไปในทางที่เลือกรับประทานอาหารเสริมมากว่า แต่รู้หรือไม่ว่า การที่เราเลือกรับประทานผัก และผลไม้ก็สามารถช่วยในการบำรุงสายตาของเราได้เช่นกัน จากการวิจัยจะพบว่าการรับประทานผักผลไม้จะสามารถช่วยในการดูแลรักษาและ ผลไม้ที่ช่วยบำรุงสายตา ของเราให้ดีมากขึ้น ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำผลไม้ที่สามารถช่วยบำรุงสายตาของเราให้ดี จะมีผลไม้ประเภทไหนกันบ้างไปดูกันเลย 

กีวี่ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารแอนติออกซิเดนท์ ซึ่งสามารถช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาของเราได้อีกด้วย การรับประทานกีวี่เป็นประจำ ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้สวยได้เท่านั้น

ยังสามารถลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก หรือตาฝ้าฟาง เป็นต้น ทั้งยังรวมไปถึงการบำรุงรักษาในด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย ยิ่งถ้าเรากินมากแค่ไหนก็จะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา ดังนั้น หากใครที่อยากมีสายตาที่ดี ผลไม้ประเภทกีวี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด 

ลูกพลับ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ลูกพลับบนั้นสามารถช่วยบำรุงสายตาของเราได้ ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ใยอาหาร แมกนีเซียม และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับดวงตาของเรา เพราะจะช่วยลดอาการต้อกระจกตา แก้ตาฝ้าฟาง เป็นต้น ผลไม้ประเภทนี้จะมีวิตามินมากถึง 3 เท่า จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสายตาของเราได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หากใครที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอคอมเป็นประจำ การรับประทานลูกพลับจะสามารถช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี 

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลนี้จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นก็คือความเปรี้ยวอมหวาน ซึ่งผลไม้ตระกูลนี้จะสามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย ทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราอีกด้วย เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการบำรุงผิว และยังดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังสามารถช่วยบำรุงสายตา ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ โดยจะช่วยป้องกันอาการตาล้า จากการใช้สายตาหนักเกินไป หรือช่วยในเรื่องของการทำให้สายตาทำงานได้มากยิ่งขึ้น แต่ไม่เพียงแค่นี้ การรับประทานผลไม้ตระกูลนี้เป็นประจำ ยังช่วยลดอาการปวดบวมในลูกตาของเราได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ ต้องรักษาอย่างจริงจัง

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ถูกพบมากขึ้นใน ๆ ทุกปี รู้หรือไม่ว่าโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่สามารถทหมีอาการ ปวดบวม ตามข้อต่าง ๆ โดยอาจส่งผลเสียต่ออวัยวะในร่างกายได้ โดยเฉพาะ หัวใจ ปอด เส้นประสาท และอื่น ๆ

การดูแลและรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

การรักษาโรคนี้ปกติแล้วจะเป็นการใช้ยารักษา และการเข้ารับการผ่าตัด เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยยาที่ใช้รักษาจะเป็นยาที่ลดอาการปวด เช่น เอ็นเสด สารยับยั้ง  COX II   และ Corticosteroid นอกจากนี้ยังใช้ยาที่ช่วยเรื่องหยุดความเสียหายที่เกิดต่อข้อ ทั้งนี้หากแพทย์จ่ายยาไปแล้ว และนัดตรวจ ไม่ควรหนีหายไม่ไปตามนัด และไม่ควรหยุดยาเอง ด้วยความเข้าใจผิดว่าดีขึ้นแล้ว หายปวดแล้ว

ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์  การเยียวยารักษาโรค บางทีอาจส่งผู้เจ็บป่วยไปยังผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับเพื่อการบำบัดรักษาโรคหรือนักกายภาพที่ช่วยสอนให้คนป่วยออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อต่อกระดูกต่าง ๆ ผู้ชำนาญบางทีอาจชี้แนะช่องทางใหม่ ๆ เพื่อให้คนเจ็บนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้เครื่องมือช่วยเหลือที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้นแล้วก็เลี่ยงความเจ็บ หรือการลงน้ำหนักไปที่ข้อได้ 

การผ่าตัด ถ้าเกิดการดูแลและรักษาด้วยยาไม่เป็นผลสำหรับการคุ้มครองปกป้องการบาดเจ็บที่ข้อต่อ หรือไม่สามารถชะลอข้อกระดูกให้ถูกทำลายช้าลงได้  พูดง่าย ๆ คือ ไม่ช่วยให้ดีขึ้นเท่าที่ควรจะเป็น คุณหมอผู้เชี่ยวชาญอาจไตร่ตรองให้กระทำการผ่าตัดเพื่อรักษาข้อที่มีการเสื่อมหรือถูกทำลาย

ซึ่งการผ่าตัดบางทีอาจช่วยปรับให้ข้อต่อสามารถใช้การได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยลดความเจ็บรวมทั้งช่วยปรับปรุงส่วนที่ผิดรูปผิดร่างให้กลับมาดีขึ้นได้ ซึ่งบางทีอาจใช้การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวหรือรวมถึงแนวทางอื่น ๆ อาทิเช่น การผ่าตัดเยื่อหุ้มห่อข้อ (Synovectomy) การเย็บเส้นเอ็นรอบข้อที่เสียหาย รวมทั้งการผ่าตัดใช้ข้อเทียม (Total Joint Replacement)

รู้หรือไม่ว่าหากป่วยเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ สามารถมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมันสามารถลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย แล้วป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เช่น โรคไข้ข้ออักเสบ โรคปากแห้งตาแห้ง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยรูมาตอยด์มีอาการที่หนักขึ้น ควรจะรักษากับแพทย์ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะหากปล่อยไว้นาน ๆ ไม่ยอมรักษาจะเป็นรุนแรงขึ้น และจะเสี่ยงต่อการเดินไม่ได้

นอกจากกรรมวิธีรักษาดังที่กล่าวมา ผู้ป่วยก็ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ เอาใจใส่ต่อข้อของตัวเองให้มาก ๆ เพิ่มความระมัดระวังที่จะเกิดการบาดเจ็บขึ้นและอาจทานแต่สิ่งดี ๆ ได้แก่ การกินน้ำมันปลา น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส เป็นต้น

 

สนับสนุนโดย.    เวปเจตใหม่

รุนแรงมากแค่ไหน ? สำหรับพิษหมึกบลูริง 

            กำลังเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในตอนนี้สำหรับหมึกบลูริงหมึกเพชฌฆาตที่มีพิษรุนแรงซึ่งมีการเปรียบเทียบกันว่าพี่ของวันนั้นแรงมากกว่างูเห่าถึง 20 เท่าหรือแม้แต่งูทะเลทรายก็ยังไม่มีพิษร้ายแรงเท่ากับที่ของหมึกบลูริงเลย  

สำหรับหมึกบลูริ่งนั้นว่ากันว่าเป็นเพชฌฆาตที่อยู่ในท้องทะเลพิษของมันนั้นน่ากลัวมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้  ในตัวของหมึกบลูริงนั้นจะมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เตโตร ไดท็อกซิน  ซึ่งสารชนิดนี้คือสารพิษที่อยู่ในหมึกบลูริ่งและนอกจากนี้สารชนิดนี้เราสามารถพบได้ในปลาปักเป้านั่นเอง

          ปัจจุบันเรามักจะพบหมึกบลูริงนั้นปนมากับปลาหมึกชนิดอื่นๆซึ่งถ้าหากว่าเราไม่สังเกตให้ดีก็มักจะไม่ค่อยเห็นถึงความแตกต่างของปลาหมึกชนิดนี้กับปลาหมึกอื่นๆแต่ถ้าเรามองดูดีจะเห็นได้ว่าปลาหมึกชนิดนี้จะมีเป็นวงเป็นสายอยู่บนตัวของมันซึ่งมีสีน้ำเงินและตัววงสายนี้เองที่เป็นตัวพิษฉันดีให้กับหมึกชนิดนี้ 

          สำหรับใครก็ตามที่ถูกพิษของหมึกบลูริงแล้วเราก็อาการของคนนั้นจะถึงขนาดที่กล้ามเนื้อของคนจะเริ่มอ่อนแรงลงและคุณจะเริ่มหายใจไม่ออกหลังจากนั้นคุณจะรู้สึกว่าคุณมีความชาและอาจจะเป็นอัมพาตในทันทีที่สำคัญคุณจะไม่สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปในปอดได้และใช้ระยะเวลาเพียงแค่ประมาณไม่เกิน 3 นาทีเท่านั้นก็ทำให้คุณถึงตายได้เลยทีเดียว

        อย่างไรก็ตามหากใครที่โดนพิษของหมึกบลูริ่ง  สิ่งที่ต้องรีบทำมากที่สุดก็คือพยายามให้ออกซิเจนเข้าไปในปอดและเข้าไปในร่างกายให้มากที่สุดเพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าอาการหลังจากถูกผิดแล้วจะทำให้เราไม่สามารถเอาออกซิเจนไปในปอดและหายใจไม่สะดวกดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าถูกผิดจะต้องมีการผายปอดนั่นก็คือการนำออกซิเจนเข้าไปในปากของผู้ที่ถูกพิษให้มากที่สุด

และรีบพาผู้ที่ถูกผิดนั้นส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนซึ่งจะต้องรีบใช้เครื่องช่วยหายใจที่สำคัญจะต้องเร่งทำให้ผู้ป่วยหายจากเป็นปกติให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมงเพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้เกิดปัญหาสมองตายเนื่องจากว่าขาดอากาศนานจนเกินไปนั่นเอง 

         อย่างไรก็ตามหากใครที่ถูกพิษของหมึกบลูริงแล้วไม่ต้องคิดว่าจะมีวิธีการรักษาอะไรเพราะตอนนี้ยังไม่มียาชนิดไหนที่สามารถรักษาพิษของหมึกบลูริงได้ดังนั้นวิธีการรักษาก็คือจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจพยายามที่จะให้ออกซิเจนเข้าไปในปอดของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุดจนกว่าพิษของหมึกบลูริงจะสลายหายไปเอง   

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    เว็บแทงหวยถอนขั้นต่ำ100

สัญญาณเตือนออฟฟิศซินโดรม

อาการออฟฟิศซินโดรม เป็นอาการที่พบได้บ่อย ไม่แพ้อาการอื่นเลยก็ว่าได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะพบในกลุ่มพนักงานบริษัท พนักงานออฟฟิศซินที่ส่วนใหญ่แล้วจะนั่งทำงานเป็นเวลานาน นั่งอยู่แต่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน และผู้ที่ใช้สายตาตลอดทั้งวันอดหลับอดนอนเพื่อที่จะทำงานให้เสร็จ

จึงทำให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า และแบกรับความเครียดไว้มากมาย โดยส่วนใหญ่แล้วอาการออฟฟิศซินโดรมจะเป็นอาการที่เจ็บปวดเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ร้ายแรงกว่าที่คุณคิด แต่หากได้เป็นแล้วไม่ทำการรักษา ก็อาจทำให้โรคเกิดอันตรายขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณนั่งทำงานเป็นเวลานานแล้วรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย ควรทำการบริการร่างกาย ออกมายืดเส้นยืดสาย เพื่อทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายจากการทำงาน อย่างไรก็ตาม การที่เรารู้สึกปวดเมื่อตามร่างกาย ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ  ขึ้นได้ และวันนี้เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนต่าง ๆ เกี่ยวกับอาการออฟฟิศซินโดรมมาให้ทุกคนได้สังเกตตนเองว่าเสี่ยงหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบ

อาการปวดตึงไหล่เรื้อรัง โดยอาการนี้จะสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เลยก็คือ หากเรานั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินกว่า 8 ชั่วโมง เราจะรู้สึกได้เลยว่า อาการปวดตึง บริเวณไหล่ บ่า และคอ จะมีอาการขึ้นมาทันที บางคนรู้สึกปวดมากจนขั้น จะลุกก็ร้องโอย จะนั่งก็ร้องโอย ดังนั้น สาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรม

อาการปวดหลังรุนแรง อาการปวดหลังเป็นอาการยอดฮิตมากในสมัยนี้ เพราะไม่ว่าจะทำงานอะไรก็อาจทำให้เราปวดหลังกันได้ทั้งนั้น เพราะสาเหตุหลัก ๆ ของอาการปวดหลังนั้น อาจเกิดขึ้นได้จากการที่เรานั่งทำงานเป็นเวลานานตลอดทั้งวัน หรืออาจเป็นงานที่ต้องยกของหนัก ๆ ยืนยาว ๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอาหารที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง หรือหลีกเลี่ยงได้ยากมาก ๆ 

อาการปวดตึงที่ขา หากคุณนั่งทำงานเป็นเวลานานแล้วรู้สึกปวดดเมื่อยตรงบริเวณขา หรือในบางครั้งอาจเป็นเหน็บชาอยู่บ่อย ๆ ซึ่งอาการนี้จะเป็นอาการที่เส้นเลือดของเราถูกกดทับ และส่งผลให้เลือดนั้นเกิดการไหลเวียนผิดปกติ และเกิดเป็นอาการเหน็บชาขึ้น โดยอาการนี้ หากปล่อยไว้นานไม่เข้ารับการรักษา อาการอาจลามไปสู่อวัยวะต่างๆได้ และเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรมขึ้นได้ 

อย่างไรก็ตาม หากนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ เป็นประจำ เมื่อรู้ว่าร่างกายเริ่มมีอาการเมื่อย ควรละเวลาการทำงาสักนิด ออกมายืดเส้นยืดสาย ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากการทำงาน หรือความเครียด เพียงแค่นี้ก็อาจช่วยให้คุณลดอัตราการเกิดอาการออฟฟิศซินโดรมลงได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

มะยงชิดผลไม้หน้าร้อนที่มีมากกว่าความอร่อย 

            เชื่อว่ามาประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้นหลายคนคงได้ทานผลไม้ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับมะปรางด้วยผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกว่ามะยงชิด   ซึ่งรสชาติของมะยงชิดนั้นต้องบอกเลยว่ารสชาติดีกว่ามากๆเลยทีเดียวโดยถ้าหากใครกินเพียงแค่ตัวเนื้อของมะยงชิดนั้นจะได้รับรสหวานแต่ถ้าหากใครกินมะยงชิดพร้อมเปลือกแล้วเราก็คุณจะได้รสหวานอมเปรี้ยว

      มะยงชิดคือผลไม้ของไทยที่มีการขายในช่วงหน้าร้อนแต่คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากจะให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติอันแสนอร่อยของมะยงชิดแล้วผลไม้ชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย

และที่สำคัญนั้นในผลของมะยงชิดนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างเยอะอีกด้วยอย่างไรก็ตามผลไม้ชนิดนี้นั้น 1 ปีจะออกผลเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นดังนั้นถ้าหากใครยังไม่เคยลิ้มรสชาติของมะยงชิดแล้วเราก็แนะนำว่าไปหาซื้อมารับประทานรับรองได้ว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

            สำหรับมะยงชิดนั้นอย่างที่รู้กันดีว่ารสชาติอร่อยแต่ไม่ใช่เพียงแค่รสชาติเท่านั้นเพราะจริงๆแล้วคุณสมบัติอื่นของมะยงชิดนั้นก็ถือว่าดีมากเลยทีเดียวซึ่งถ้าหากเรากินเข้าไปแล้วเราก็รับรองได้เลยว่าเราเลยว่าเราจะได้รับคุณประโยชน์จากการทานมะยงชิดมากมายหลายอย่างเลยทีเดียว   

เนื่องจากมีการทดสอบมาจากกองโภชนาการกรมอนามัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ามะยงชิดประมาณ 3-4 ผลจะให้ปริมาณเท่ากับ 100 กรัมซึ่งคุณจะได้รับพลังงานจากการกินเข้าไปประมาณ 6 12 กิโลแคลอรี่และในมะยงชิดนั้นคุณจะได้รับทั้งวิตามินซีรวมถึงสังกะสีและยังมีฟอสฟอรัสและธาตุเหล็กรวมถึงแคลเซียมยังมีแมกนีเซียมโพแทสเซียมและกากใยอาหารรวมถึงมีโปรตีนอีกด้วยเรียกได้ว่าสารอาหารครบถ้วนอย่างมากเลยทีเดียว

          หากคุณกินมะยงชิดเข้าไปแล้วเราก็นอกจากจะช่วยในเรื่องของผิวพรรณดีแล้วยังช่วยในเรื่องของการสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของคุณให้แข็งแรงจากนี้ยังดูแลเรื่องของการเกิดปัญหาเลือดออกตามไรฟันของคุณเล่นอีกด้วยเนื่องจากว่าในมะยงชิดนั้นมีวิตามินซีเยอะ

และถ้าหากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นหวัดบ่อยๆแล้วเราก็คุณสามารถทานมะยงชิดเพื่อลดปัญหาดังกล่าวได้ที่สำคัญยังช่วยบำรุงสายตาได้ดีเพราะมีทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนในการที่จะเข้าไปทำการดูแลสุขภาพสายตาของคุณเอง

           เห็นไหมคะว่ามะยงชิดลูกเล็กๆนั้นกับให้สารอาหารมากมายหลายอย่างและสารอาหารที่เรารับเข้าไปนั้นก็ยัง ส่งผลดีต่อร่างกายของเรามากมายอีกด้วยอีกทั้งยังให้ความรู้สึกสดชื่นหลังจากที่ได้กินมะยงชิดเข้าไป

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

การป้องกันการตั้งครรภ์ ด้วยการกินยาคุม    

           เชื่อว่าในปัจจุบันนี้คนเกือบทุกคนรุ้วิธีการป้องกันการคุมกำเนิดกันอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร และหนึ่งในการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมมากนั่นก็คือ การกินยาคุมกำเนิด 

 แต่การกินยาคุมกำเนิดนั้นก็ต้องมีวิธีการกินที่ถูกต้องด้วยซึ่งแน่นอนวิธีการกินยาคุมกำเนิดที่ถูกต้องควรจะต้องปรึกษาคุณหมอเพราะจะเป็นผู้ที่รอบรู้เกี่ยวกับเรื่องของการคุมกำเนิดมากที่สุดนั่นเอง

       สำหรับยาคุมกำเนิดแบ่งออกเป็น 2 แบบแบบแรกจะมีจำนวนทั้งสิ้นแผงนึง 21 เม็ดกับอีกแบบที่ 2 จะมีทั้งหมด 28 เม็ดต่อแผง  ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการกินยาคุมกำเนิดสำหรับคนที่ไม่เคยกินยาคุมกำเนิดกัน

           วิธีการกินยาคุมกำเนิดที่ถูกต้องนั้นจะต้องเป็นการกินยาคุมกำเนิดในช่วงที่ยังมีประจำเดือนนั้นเองซึ่งคุณสามารถจะกินยาคุมกำเนิดเม็ดแรกนั้น ภายในวันที่ 1 ถึงวันที่ 5 วันไหนก็ได้แต่ไม่ควรกินเกินหลังวันที่ 5 ไปแล้ว โดยนับวันที่ 1 ก็คือวันที่มีประจำเดือนวันแรกนั่นเองซึ่งวิธีการนี้ใช้สำหรับคนที่เริ่มกินยาคุมครั้งแรกหรือแม้แต่คนที่เคยกินยาคุมแล้วแต่หยุดกินไปและกลับมากินยาคุมใหม่ก็ใช้วิธีการนี้ได้เช่นเดียวกัน

        หลังจากนั้นเรามาดูกันว่ายาคุมที่คุณซื้อกินนั้นเป็นชนิดแบบ 21 เม็ดหรือว่าเป็นชนิดแบบ 28 เม็ด โดยถ้าหากคุณซื้อยาคุมชนิดแบบ 21 เม็ดมากินแล้วแล้วก็หลังจากที่กินเม็ดแรกเข้าไปแล้วในช่วงเวลาที่เราแนะนำไปเบื้องต้นเม็ดที่ 2 และเม็ดที่ 3 เม็ดที่ 4 ก็กินทุกวันวันละ 1 เม็ด

ซึ่งให้คุณกินตามแผงยาคุมกำเนิดจะมีการกำหนดหัวลูกศรเอาไว้ว่าต้องกินเม็ดไหนก่อนเม็ดแรกแล้วหลังจากนั้นก็กินตามแผนที่สอนไปเรื่อยๆจนกว่ายาคุมกำเนิดจะหมดแผงนั่นเองและเมื่อกินยาคุมกำเนิดหมดครบ 21 เม็ดเมื่อไหร่แล้วเราก็คุณก็สามารถหยุดกินยาคุมกำเนิดได้ 7 วันและเมื่อครบ 7 วันคุณก็กลับมากินยาคุมกำเนิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

       แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากคุณซื้อยาคุมกำเนิดที่มีทั้งหมดแผง 28 เม็ด วิธีการกินนั้นก็ไม่ต่างจากวิธีการแลกเท่าไหร่โดยให้คุณกินยาคุมกำเนิดเม็ดแรกภายในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนใน 5 วันแรกหลังจากที่กินเม็ดแรกเข้าไปแล้วคุณก็กินเม็ดที่ 2 และเม็ดที่ 3 เม็ดที่ 4 ตามมาได้เรื่อยๆเลยดูตามแผงของยาคุมกำเนิดที่จะมีการระบุลูกศรเอาไว้หลังจากที่มีการกินครบ 28 เม็ดแล้วคุณก็สามารถที่จะกินแผงใหม่ต่อเนื่องไปได้เลย 

          สำหรับใครที่สงสัยเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดเกี่ยวกับความแตกต่างของจำนวนยา 21 กับ 28 เม็ดนั้นแตกต่างกันหรือไม่นั้น คำตอบคือไม่ต่างกันเพราะยาคุมกำเนิดจะมีทั้งหมด 21 เม็ด ส่วนแผงที่มี 28 เม็ดนั้น 7 เม็ดของวันท้ายๆ เป็นเพียงแค่เม็ดยาหลอกให้เรากินเพื่อป้องกันการลืมกินแผงต่อไปเมื่อครบ 7 วันเท่านั้นเองค่ะ 

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

อาหารใส่กัญชากำลังมาแรง สสส. ออกมาเตือนระวังอันตราย 

          ปัจจุบันนี้บริษัทที่ผลิต ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม กำลังมีการผลิตสินค้าออกมาใหม่  ซึ่งสินค้าใหม่นั้นจะมีการนำกัญชามาเป็นส่วนผสมหลักด้วยเนื่องจากว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นรัฐบาลได้มีการออกมาประกาศให้กัญชานั้นไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไปสามารถที่จะผสมในอาหารหรือแม้แต่ในเครื่องดื่มได้ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทนั้นได้มีการทำการผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมา

            โดยมีส่วนผสมของกัญชาไม่ว่าจะเป็นบริษัทอิชิตันหรือแม้แต่บริษัทผลิตอาหารเสริมต่างๆก็มีการนำกัญชามาเป็นส่วนผสมเรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้เกือบแทบทุกบริษัทนั้นไม่มีการผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมาซึ่งสินค้าเหล่านั้นจะถูกนำกัญชามาเป็นส่วนผสมหลักเพื่อเป็นตัวดึงดูดให้กับลูกค้าได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่

        อย่างไรก็ตามทางด้านสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ สสส.  ได้ออกมาพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาว่าลูกค้าควรจะมีการพิจารณาการเลือกรับประทานอาหารหรือแม้แต่เครื่องดื่มที่ใส่กัญชาเป็นส่วนผสมหลักเนื่องจากว่าหากมีการใส่ในปริมาณที่ไม่ถูกต้องกับปริมาณไม่พอเหมาะหรือควบคุมการผลิตไม่ดีนั้นแทนที่จะส่งผลดีกับร่างกายก็อาจจะส่งผลเสียหรืออาจจะเกิดอันตรายกับร่างกายของคนที่กินเข้าไปก็ได้เช่นเดียวกัน

               เพราะในกัญชานั้นนอกจากมีสารที่ทำให้มีผลดีต่อร่างกายแล้วยังมีสารที่ส่งผลเสียต่อร่างกายด้วยเช่นเดียวกันนั่นก็คือสาร THC  ซึ่งสารชนิดนี้นั้น จะมีคุณสมบัติที่ทำให้คนที่กินเข้าไปเกิดอาการเคลิบเคลิ้มและมึนเมาและแน่นอนว่าถ้าหากใส่ในอาหารหรือเครื่องดื่มในปริมาณที่พอเหมาะนั้นก็จะส่งผลดีกับร่างกายหรือไม่ได้ส่งผลเสียกับร่างกายแต่ในขณะเดียวกันนั้นถ้าหากใส่ในปริมาณที่เข้มข้นมากจนเกินไปแล้วล่ะก็ จะเกิดทำให้มีอาการมึนเมาและบางคนหากมีอาการแพ้ก็อาจจะเกิดเป็นพิษต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน

             ดังนั้นการที่จะนำกัญชามาเป็นส่วนผสมของอาหารหรือเครื่องดื่มนั้นควรจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเพราะจะต้องมีการนำส่วนผสมและเครื่องปรุงต่างๆไปให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลส่วนผสมว่าสามารถใช้ส่วนผสมนี้ได้หรือไม่หรือถ้าหากใช้ในปริมาณมากเกินไปก็อาจจะมีความผิดตามกฎหมายได้เช่นเดียวกันเพราะกัญชาถึงแม้ว่าจะมีการเปิดให้ใช้แบบเสรีแล้วแต่ก็ยังมีการใช้กฎหมายควบคุมปริมาณการใช้งานอยู่นั่นเอง

          นอกจากนี้อุณหภูมิสำหรับในการผสมกัญชากับอาหารนั้นก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันเพราะยิ่งถ้าเกิดว่าใช้ในพระภูมิและสาร THC ก็จะยิ่งออกฤทธิ์รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งจะมีผลต่ออันตรายต่อร่างกายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

24ผลไม้ต้องหง้ามสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ต้องบอกกับทุกท่านก่อนนะว่าปกติแล้วผลไม้โดยปกติแล้วจะมีวิตามินและเกลือแร่ แร่ธาตุต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแต่ถ้าเกิดว่าผู้ป่วยภาวะไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังแล้วไตท่านจะทำงานได้ไม่เต็ม100% เวลาเราทานผลไม้เข้าไปผลไม้ที่มันมีโพแทสเซียมสูงๆมากๆจะมีผลทำให้ไตทำงานหนักและขับโฑแทสเซียมไม่ออกก็จะเกิดภาวะมีโพแทสเซียมคลั่งในเลือดเป็นอันมาก

นอกจากนี้ถ้าหากว่าเราสะสมไปนานๆก็จะส่งผลทำให้ภาวะโพแทสเซียมในเลือดมีปริมาณที่เกินและจะมีผลอันตรายต่อร่างกาย

โดยปกติแล้วค่าโพแทสเซียมในเลือดปกติจะอยู่ที่3.6-5.2มิลลิโมลต่อลิตรแต่ถ้าเกิดใครไปตรวจดูแล้วมีค่าเกิน5.2คุณจะต้องหยุดผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูงๆ เพราะว่าจะอันตรายต่อร่างกายมาก ถ้าโพแทสเซียมของท่านเกินมากๆจะเกิดผลอะไร

ซึ่งจะทำให้ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติมีอาการอาเจียนเป็นตะคริวง่ายหรือบางคนถ้าเกิดว่ามันเกินมากๆทำให้หัวใจผิดปกติและมีภาวะหัวจวายและหัวใจหยุดเต้นได้อันตรายเป็นอย่างมากเลยโดยปกติเราจะมาดูกันว่าผลไม้อะไรบ้างที่มีค่าโพแทสเซียมเกิดดูยังไง

เบื้องต้นก็คือเราจะคำนวณจากผลไม้ปริมาณ 100กรัม ไม่ควรมีโพแทสเซียมเกิน 250มิลลิกรัม ต่ำกว่า 250มิลลิกรัม ก็ยังถือว่าทานได้แต่ถ้าเกิด เกิน250 ไปแล้วจะถือว่ามีโพแทสเซียมระดับกลางไปทางสูงและก็ทางสูงมากเลย โดยเราจะมาบอกว่าผลไม้ที่มีโพแทสเซียมเกินหรือว่าใน100กรัม เกิน250มิลลิกรัม มีอะไรบ้าง

ตัวแรกก็คือ น้ำลูกยอ ใน 100กรัม จะมีปริมาณโพแทสเซียมอยู่ที่ 2,000มิลลิกรัม สองลูกพรุนอบแห้งโพแทสเซียมอยู่ที่ 1100มิลลิกรัม สามลูกเกด โพแทสเซียมอยู่ที่ 892มิลลิกรัม สี่ เมล็ดทานตะวันโพแทสเซียมอยู่ที่ 850มิลลิกรัม ห้า อินทผลัม โพแทสเซียมอยู่ที่ 696มิลลิกรัม หก ตะขบ โพแทสเซียมอยู่ที่ 773มิลลิกรัม เจ็ด ทุเรียน ฌพแทสเซียมอยู่ที่ 550มิลลิกรัม แปด ขนุน โพแทสเซียมอยู่ที่ 448 เก้า

มะม่วงหาวมะนาวโห่ โพแทสเซียมอยู่ที่ 411มิลลิกรัม สิบ เชอร์รี่ โพแทสเซียมอยู่ที่ 486 มิลลิกรัม สิบเอ็ด กล้วยหอม โพแทสเซียมอยู่ที่ 350มิลลิกรัม สิบสอง กล้วยไข่ โพแทสเซียมอยู่ที่ 320มิลลิกรัม สิบสาม กล้วยน้ำว้า โพแทสเซียมอยู่ที่ 300มิลลิกรัม สิบสี่ ลูกพลับ โพแทสเซียมอยู่ที่ 310มิลลิกรัม

สิบห้าแก้วมังกร โพแทสเซียมอยู่ที่ 287มิลลิกรัม สิบหก มะลอกอสุก โพแทสเซียมอยู่ที่ 320 มิลลิกรัม สิบเจ็ด ทุเรียนเทศหรือทุเรียนน้ำ โพแทสเซียมอยู่ที่ 290 มิลลิกรัม สิบแปด มะพร้าว โพแทสเซียมอยู่ที่ 356 มิลลิกรัม สิบก้าว เสาวรส โพแทสเซียมอยู่ที่ 350 มิลลิกรัม

ยี่สิบ กีวี โพแทสเซียมอยู่ที่ 310 มิลลิกรัม ยี่สิบเอ็ด ละมุด โพแทสเซียมอยู่ที่ 269 มิลลิกรัม ยี่สิบสอง แคนตาลูป โพแทสเซียมอยู่ที่ 260มิลลิกรัม ยี่สิบสาม ทับทิม โพแทสเซียมอยู่ที่ 256 มิลลิกรัม ยี่สิบสี่ น้อยหน่า โพแทสเซียมอยู่ที่ 250 มิลลิกรัม 

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือผลไม้ทั้ง24ชนิดที่มีปริมาณของโพแทสเซียมที่สูงมากๆก็ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังรับประทานโดยเด็ดขาด

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย