คลังเก็บผู้เขียน: admin

ทานมื้อเย็นได้ แบบไม่ห่วงอ้วน

มื้อเย็น เป็นมื้ออาหารที่หลายคนมักจะหลีกเลี่ยงกินในช่วงที่ลดน้ำหนัก แต่จริงๆ แล้วการกินอาหารมื้อเย็นนั้นก็สามารถช่วยทำให้คุณผอมได้ แต่จำเป็นต้องกินอย่างเหมาะสม โดยวันนี้เราก็มีเคล็ดลับการกินอาหารมื้อเย็นแบบไม่ให้อ้วนมาฝากกัน เพื่อให้คุณยังสามารถกินมื้อเย็นได้ตามที่ใจต้องการ โดยไม่ต้องอดอาหารให้ต้องหิวอีกต่อไป ตามไปดูกันเลย

1. หลังกินอาหารเย็น ไม่ควรอาบน้ำ

เมื่อกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว ไม่ควรอาบน้ำทันที ควรปล่อยให้กระเพาะอาหารทำการย่อยอาหารที่กินเข้าไปให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะถ้าหากคุณอาบน้ำทันทีหลังกินอาหารเย็น ก็จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีอาการท้องอืด จุก แน่น ดังนั้นควรพักหลังกินอาหารเย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนอาบน้ำ จะดีต่อกระเพาะอาหารมากที่สุด

2. หลีกเลี่ยงการกินไขมันหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง

เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันหรือมีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันภายในร่างกายได้สูงมากขึ้น โดยอาหารที่เหมาะสำหรับการกินในช่วงเย็น ควรเน้นเป็นอาหารที่สามารถย่อยง่าย มีส่วนประกอบของผัก ผลไม้ที่มีกากใยสูง จะส่งผลดีต่อการลดความอ้วนได้มากขึ้น

3. กินในปริมาณที่เหมาะสม

การอดมื้อเย็นนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการลดน้ำหนัก เพราะยิ่งคุณอดอาหารมื้อเย็นมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่คุณจะหิวในช่วงกลางดึกได้มากขึ้นเท่านั้น และถ้าหากไม่กินมื้อเย็นเลย ร่างกายก็จะหลั่งน้ำย่อยออกมากัดกระเพาะอาหาร เป็นเหตุให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบตามมา ดังนั้นควรเลือกกินมื้อเย็นในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้กระเพาะอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ และเพื่อไม่ให้คุณรู้สึกหิวกลางดึก

4. ดื่มน้ำเปล่าก่อนกินอาหารเย็น

การดื่มน้ำเปล่าก่อนกินอาหารเย็นประมาณ 2-4 แก้ว จะช่วยถ่วงเวลาของกระเพาะอาหารให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณสามารถกินอาหารมื้อเย็นได้น้อยลง แต่ก็ยังรู้สึกอิ่มท้องเช่นเดียวกับการกินอาหารในปริมาณมากๆ

จริงๆ แล้วอาหารมื้อเย็นถือเป็นมื้อสำคัญของวันที่ผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ลดความอ้วนไม่ควรหลีกเลี่ยง แต่จำเป็นต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม และควรเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และเป็นผลดีต่อการลดน้ำหนัก เพราะไม่เช่นนั้นร่างกายของคุณอาจจะส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างได้ หากคุณอดมื้อเย็นติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือถ้ากินอาหารมื้อเย็นมากเกินไป ก็จะทำให้การลดพุง ลดน้ำหนัก ไม่เกิดผลลัพธ์ตามเป้าที่วางเอาไว้ได้เช่นกัน

ทำความรู้จัก โรคลมหลับ โรคที่ต้องรู้จัก

อาการของโรคลมหลับเป็นยังไง? มันคือ อาการที่เรายืนอยู่ดีๆ แล้วก็เผลอหลับไปเลยไม่รู้ตัว หรือจะเรียกว่า หลับแบบฉับพลันก็ได้ แต่ในบ้านเรานั้นยังพบได้น้อยและยังไม่มีการวินิจฉัยมากนัก โรคลมหลับเกิดจากสารสื่อประสาทไฮโปคริติน (Hypocretin) ในสมองลดน้อยลง ทำให้ความรู้สึกตัวของเราลดน้อยลงตามไป ก่อให้เกิดอาหารหลับแบบฉับพลันดังที่กล่าวข้างต้นได้

การหลับของโรคนี้นั้นไม่ใช่การหลับแบบทำงานอยู่เพลินๆ แล้วเกิดอาการง่วงแล้วหลับ แต่เป็นอาการที่อยู่ดีๆ แล้วหลับลงไปเลย ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า สาเหตุนั้นมีการสันนิษฐานว่าเกิดจาก พันธุกรรม ส่วนสาเหตุอื่นๆ อาจจะเกิดจากการติดเชื้อ หรือว่าโรคหลอดเลือดในสมอง แต่ปัจจุบันก็ยังเป็นข้อสันนิษฐานอยู่ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับโรคลมหลับนี้

อาการของโรคลมหลับมีอะไรบ้าง?

  1. อ่อนแรงฉับพลัน อยู่ๆ ก็เผลอหลับไป
  2. กริยาท่าทางหรืออารมณ์เป็นตัวกระตุ้น เช่น หัวเราะ โกรธ แล้วก็เผลอหลับไป
  3. เห็นภาพหลอน ครึ่งหลับครึ่งตื่น
  4. รู้สึกตัวแต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้
  5. ตอนกลางคืนจะนอนหลับเหมือนคนปกติ แต่กลางวันจะมีอาการของโรคลมหลับ

ลักษณะการสังเกตอาการว่าเราเป็นโรคนี้หรือไม่? จริงๆ แล้วสังเกตได้ค่อนข้างลำบาก เพราะอาการของโรคจะเกิดอย่างเฉียบพลัน แต่พอจะสังเกตได้ดังนี้

  1. มีอาการง่วง เหงา หาว นอนตลอดทั้งวัน
  2. มีอาการหลับอย่างเฉียบพลัน
  3. มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  4. มีอาการนอนหลับแบบตากระตุก

การรักษา ทำได้โดยต้องมาตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ก่อนเนื่องจากโรคนี้พบได้น้อย ยังไม่มียารักษา และต้องแยกสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการง่วงตลอดได้ เช่น โรคซึมเศร้า การใช้ยาบางตัว เป็นต้น ส่วนการรักษาเบื้องต้น มีดังนี้

  1. เพิ่มการงีบหลับอย่างน้อยวันละ 10-15 นาที
  2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  3. จัดตารางการนอนหลับของตัวเองในแต่ละวัน
  4. ออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ตรงเวลาเสมอ
  5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน งดการสูบบุหรี่
  6. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อันตราย