คลังเก็บป้ายกำกับ: เครื่องช่วยฟัง

ทำอย่างไรถ้าห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น

 ห้องน้ำมีความจำเป็นสำหรับทุกคนอยู่แล้ว แต่เรื่องกลิ่นที่ตามมาส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะเห็นได้ว่ากลิ่นที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ มักจะมาบ่อยครั้ง โดยที่เรานั้นก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือกลิ่นนั้นมาจากไหน ในวันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีการจัดการกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และช่วยให้ห้องน้ำของคุณหอมสดชื่นน่าใช้

ห้องน้ำของเรามีกลิ่นได้อย่างไร

 จะเห็นได้ว่าในบางครั้งห้องน้ำก็ส่งกลิ่นเหม็นได้น่าเวียนหัวเอามากๆ และหลายคนก็หาวิธีกำจัดกลิ่นเรานั้นมาหลายวิธีแล้วเช่นกันแต่ก็ยังไม่หายสักทีซึ่งคุณสามารถทำตามวิธีที่เราได้นำมาเสนอดังนี้ 

1.ท่อน้ำทิ้งรวมกับท่อส้วม

คุณควรจะเช็คว่าท่อน้ำทิ้งกับท่อส่วนนั้นมันเป็นท่อเดียวกันหรือไม่ เพราะถ้าหากว่ามันเป็นท่อ ใช้ร่วมกันก็อาจจะส่งผลทำให้กลิ่นเรานั้นมันย้อนขึ้นมาหาคุณได้ ถ้าหากว่าเช็คแล้วมันเป็นท่อที่ใช้ร่วมกันจริงๆคุณก็ควรที่จะแยกท่อเหล่านั้นออกจากกันเพื่อป้องกันกลิ่นที่มันย้อนขึ้นมาหาคุณนั่นเอง 

  1. ท่อส้วมอุดตัน

สาเหตุหนึ่งในที่เราพบบ่อยครั้งนั่นก็คือท่อส้วมอุดตันเพราะมันส่งปัญหากวนคุณอย่างแน่นอนเนื่องจากขยะต่างๆเรานั้นมาอุดตันกับท่อทำให้มันระบายออกไม่ค่อยดีนักดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้รับย่อมไม่หมดไปอย่างแน่นอนค่ะไม่ขจัดท่อส้วมที่อุดตันนี้

3.ท่ออากาศในส้วมมีการอุดตัน

สำหรับท่ออากาศนั้นบอกอยู่แล้วความหมายก็คือมีการระบายอากาศในท่อส้วมหรือท่อน้ำทิ้งต่างๆและนอกจากนั้นมันยังทำหน้าที่ช่วยให้ไม่เกิดการอุดตันระบายอากาศนอกจากกลิ่นแล้วยังระบายสิ่งปฏิกูลออกจากท่อด้วย 

4.ระบบถังบำบัดไม่ทำงาน

ระบบถังบำบัดนั้นจะรวมสิ่งปฏิกูลมาไว้ด้วยกันซึ่งในนั้นก็จะมีจุลินทรีย์ที่เข้ามาช่วยย่อยถ้าหากว่ามันมีเศษขยะเช่นกระดาษชำระหรือผ้าอนามัยที่ไปขวางอยู่แล้วทำให้ย่อยยากหรือไม่ก็จะทำให้มันไม่สามารถที่จะบำบัดหรือย่อยสลายสิ่งเรานั้นได้และนั่นส่งผลทำให้เกิดกลิ่นเหม็นที่ขึ้นมาทางท่อระบายน้ำ 

  1. โครงสร้างในห้องน้ำชำรุด

นี่ก็คืนหนึ่งปัจจัยที่ทำให้กลิ่นมันขึ้นมาในห้องน้ำของเราได้เนื่องจากว่าอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในห้องน้ำชำรุดเสียหายยกตัวอย่างเช่นโถส้วมอาจจะมียาแนวหลุดออกไป ทำให้กลิ่นมันตีย้อนขึ้นมาได้ดังนั้นเราควรเช็คโครงสร้างในห้องน้ำที่ชำรุดให้กลับมามีประสิทธิภาพในการใช้งานไม่ควรปล่อยให้มันชำรุดสุดโทรมจนเกินไปหรือถ้าหากกระเบื้องของคุณมีการร่อนหลุด คุณก็สามารถซ่อมแซมมันได้ก่อนที่กลิ่นเรานั้นจะมาทำร้าย

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

3 อาหารยิ่งทานยิ่งกระตุ้นโรคกรดไหลย้อน

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า โรคกรดไหลย้อนเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดขึ้นจากแก๊สในกระเพาะอาหารของเราเยอะจนเกินไป หรือกระเพาะอาหารของเราเกิดการระคายเคือง จนอาจทำให้อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นตีย้อนกลับขึ้นมานั่นเอง

ซึ่งหรือไม่ว่าอาการกรดไหลย้อน เป็นหนึ่งในอาการที่พบเจอได้บ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีประโยชน์ รวมไปถึงคนที่ชอบรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา

จะยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นกรดไหลย้อนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าอาการนี้จะไม่ได้มีอาการที่รุนแรง แต่ก็ยังทำให้ เราคือรู้สึกอึดอัด หรือแม้แต่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในประจำวันได้ ฉะนั้น การที่เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีโดยไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายหรือมีอาการต่างๆเกิดขึ้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลัง มีปัญหาเกี่ยวกับการเป็นกรดไหลย้อนวันนี้เราก็จะ พาทุกคนไปดูกันว่า อาหาร กระตุ้นโรคกรดไหลย้อน  ประเภทไหนกันบางทียิ่งเราทานเป็นประจำจะยิ่ง เข้าไปกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนให้รุนแรงได้มากยิ่งขึ้น ไปดูกันเลย

  • กาแฟ

รู้หรือไม่ว่ากาแฟไม่ได้เพียงแค่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทหรือช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่นได้เพียงอย่างเดียว แต่ข้อเสียของกาแฟคือ อาจส่งผลกระทบต่อโรคกรดไหลย้อนได้ เพราะในกาแฟจะมีสารคาเฟอีน ซึ่งสารคาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นหูรูดของหลอดอาหาร ซึ่งจะทำให้กระเพาะของเราเกิดกรดได้นั่นเอง ฉะนั้นยิ่งถ้าเราเสี่ยงต่อการเป็นกรดไหลย้อนและยิ่งเราดื่มกาแฟเป็นประจำนั้นจะยิ่งทำให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงมากยิ่งขึ้น

  • มะนาว

เนื่องจากในมะนาวนั้นจะมีกรดที่ค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรามากขนาดไหนก็ตามแต่สำหรับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนแล้วการทานมะนาวหรือดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำนั้นจะยิ่งส่งผลกระทบต่อการเป็นกรดไหลย้อน เพราะอาหารที่มีกรดโดยเฉพาะมะนาวหากเราทานเข้าไปแล้วจะยิ่งเข้าไปกระตุ้นโรคกรดไหลย้อนได้นั่นเอง

  • อาหารไขมันสูง

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าอาหารที่มีไขมันสูงนั่นจะยิ่งทำให้ร่างกายของเราสะสมไขมันและทำให้เราอ้วนได้ง่าย แต่  เครื่องช่วยฟัง    สำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนรู้หรือไม่ว่าอาหารประเภทนี้ควรที่จะหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดเพราะเป็นหนึ่งในอาหารที่อาจเข้าไปกระตุ้นอาการของโรคให้รุนแรงได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ฉะนั้น ขอบอกเลยว่า อาหารที่มีไขมันสูงถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่ถูกปาก แต่สำหรับเราที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่ออาการของโรค

อาการปวดสะโพก

อาการปวดสะโพก ถึงแม้ว่าจะเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวและนี่คือกิจวัตรการยืดกล้ามเนื้อ 3 จังหวะที่ หากอาการปวดสะโพกหรือกล้ามเนื้อสะโพกทำให้แผนการออกกำลังกายของคุณหยุดชะงัก ให้ลองทำกิจวัตรการยืดกล้ามเนื้อ 3 จังหวะนี้ การยืดเหยียดสำหรับอาการปวดตะโพกเหล่านี้ยังช่วยลดการงอสะโพกที่ตึงและเป็นวิธีที่ฉันใช้สำหรับการเจ็บกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวที่ จำกัด

อาการปวดเส้นประสาทไซอาติกสามารถทำให้เกิดอาการปวดตื้อๆ หรือเหน็บชาที่หลังส่วนล่าง สะโพก ก้น และลงขา และประมาณ 40% ของประชากรต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการนี้ตลอดชีวิต

อาการเกร็งสะโพกตึงนั้นพบได้บ่อย โดยมักเกิดจากการใช้ชีวิตอยู่ประจำและการนั่งเป็นเวลานาน ในหลายกรณี อาการปวดหลังส่วนล่างเป็นผลมาจากเอ็นร้อยหวายตึง กล้ามเนื้อก้น หรือกล้ามเนื้อสะโพกงอ ไม่ต้องกลัว เพราะในฐานะเทรนเนอร์ส่วนตัว ฉันใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาการเคลื่อนไหวและการยืดกล้ามเนื้อเพื่อรักษาข้อต่อให้แข็งแรง

คลายความตึงเครียด ปรับปรุงระยะการเคลื่อนไหว และป้องกันการบาดเจ็บ หยิบเสื่อโยคะที่ดีที่สุดมาสักผืน แล้วเตรียมยืดเส้นยืดสาย

อาการปวดสะโพกคืออะไร ก็คือเส้นประสาทไซอาติกเริ่มต้นที่หลังส่วนล่างและไหลลงขาทั้งสองข้าง และความเจ็บปวดมักจะเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งตามแนวเส้นประสาทเมื่อถูกกดทับ ประสบการณ์แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่คนส่วนใหญ่รายงานว่ามีอาการปวดหรือปวดข้างใดข้างหนึ่ง และบางครั้งอาจรู้สึกเสียวซ่าหรือชาในกล้ามเนื้อ การโทรครั้งแรกของคุณควรเป็นการเช็คอินกับแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้องเสมอ หากคุณกำลังประสบกับความเจ็บปวดหรือไม่สบาย

และต้องการลองออกกำลังกายแบบใหม่และระบบการพักฟื้น แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะออกกำลังกาย นี่คือสามท่ายืดที่ฉันรับรอง ฉันเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัว และนี่คือกิจวัตรการยืดกล้ามเนื้อ 3 จังหวะสำหรับอาการปวดตะโพกและกล้ามเนื้อสะโพก

การยืดเหล่านี้ไม่ควรทำให้เส้นประสาท sciatic แย่ลง แต่เราขอแนะนำแบบฝึกหัดที่ดีที่สุดสำหรับอาการปวดตะโพกหากคุณต้องการแรงบันดาลใจเพิ่มเติม

เป็นวิธีเดียวที่ฉันใช้ทุกสัปดาห์กับลูกค้าและไม่เคยทำให้ผิดหวัง นั่นคือถ้าคุณสามารถเอาชนะชื่อเล่นของมันได้ – กระดูกเชิงกรานหัก คลาสสิกที่ใช้ในโยคะแปลว่า Mandukasana ในภาษาสันสกฤต และเห็นได้ชัดว่า TikTokkers ได้หยิบมันขึ้นมาและส่งไวรัล ท่านี้หมุนข้อต่อสะโพกและยืดสะโพก ส่วนเสริม (ต้นขาด้านใน) และหลังส่วนล่าง ทำหน้าที่เป็นขาหนีบลึกและที่เปิดสะโพกที่สามารถปรับปรุงการออกกำลังกายส่วนล่าง ท่าทาง และความลึกของสควอท

หรือใครที่นั่งนานๆ ควรลอง เพราะการใช้ชีวิตแบบนั่งนานๆ อาจทำให้ปวดหลังและสะโพกเกร็งได้ สะโพกและหลังส่วนล่างของคุณยังมีบทบาทสำคัญในการจัดท่าทาง ดังนั้นการยืดและเสริมสร้างความแข็งแรงของสะโพกและหลังสามารถช่วยได้ การศึกษาที่มีอยู่ยังแสดงให้เห็นว่าหยินโยคะที่เกี่ยวข้องกับการยืดเหยียดคงที่เป็นเวลานานสามารถบรรเทาความเครียดและปรับปรุงการนอนหลับ

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟัง

3 ประโยชน์ของโปรตีนสำหรับเด็กๆที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

3 ประโยชน์ของโปรตีนสำหรับเด็กๆ เนื่องจากเด็กๆในสมัยปัจจุบันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติบโตมาอย่างสมวัยและมีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ปกครองและหลายคนนั้นก็คือการดูแลโภชนาการรวมไปจนถึง

การเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆให้เจริญเติบโตได้อย่างสมวัย ซึ่งในสมัยปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่มักที่จะมองหากิจกรรมไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ตามเพื่อให้นิสิตได้เสริมสร้างพัฒนาการที่ดีรวมไปจนถึงการเลือกอาหารที่ดีและมีประโยชน์ให้เด็กๆรับประทานอยู่เป็นประจำ

ซึ่งรู้หรือไม่ว่าหนึ่งในสารอาหารที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับเด็กมากๆนั่นก็คือโปรตีน เพราะไม่ว่าจะเป็นวัยไหนเพศไหนก็ตามสารอาหารประเภทโปรตีนเป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายแต่ยังมีส่วนช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อที่ดีและแข็งแรงให้แก่ร่างกายได้อีกด้วย ฉะนั้น วันนี้เราจะพาผู้ปกครองไปดูกันว่าการที่เราเลือกโภชนาการทางด้านโปรตีนให้เด็กๆทานเป็นประจำนั้นจะมีประโยชน์อะไรแก่ร่างกายของเด็กๆได้บ้าง ไปดูกันเลย

การช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อได้ แน่นอนว่าสารอาหารประเภทโปรตีนเป็นหนึ่งในสารอาหารที่สามารถเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อที่ดีให้แก่ร่างกายได้ยิ่งถ้าเด็กๆได้รับเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนอกจากจะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วยังทำให้มวลกล้ามเนื้อในร่างกายนั้น แข็งแรง และทำให้เด็กๆมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้นั่นเอง

ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเด็กๆส่วนใหญ่นั้นจะมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงหรือบางคนอาจป่วยได้ง่าย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองควรที่จะมองหาสารอาหารอย่างโปรตีนเป็นสารอาหารที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ดีและแข็งแรงให้แก่ร่างกายของเด็กๆ ซึ่งแน่นอนว่าโปรตีน นอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญในร่างกายรวมไปจนถึงการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเด็กให้แข็งแรงได้อีกด้วย

การเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในความเป็นจริงแล้วสารอาหารประเภทโปรตีนก็ถือเป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีความสำคัญในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายได้ร่วมเพศจนถึงการมีส่วนช่วยในการสมานแผลที่อาจเกิดขึ้นจาก อาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆได้เช่นกัน ซึ่งหากร่างกายของเด็กๆได้รับสารอาหารประเภทนี้อย่างเพียงพอ    เครื่องช่วยฟัง     นอกจากจะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีได้แล้วยังสามารถเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย รับรองได้เลยว่าหากผู้ปกครองเลือกสารอาหารประเภทนี้ให้เด็กๆได้ทานเป็นประจำจะยิ่งทำให้เด็กเด็กมีพัฒนาการที่ดีจบไปจน ถึงมีการเจริญเติบโตได้อย่างสมวัยมากขึ้นอีกด้วย

ผลไม้น้ำตาลน้อย ยิ่งทานยิ่งผอมเร็ว

ปัจจุบันนี้ การเลือกเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะอาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยปกติแล้วเราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองมากยิ่งขึ้น

ผลไม้น้ำตาลน้อย ยิ่งทานยิ่งผอมเร็ว ไม่ว่าจะเป้นในเรื่องของการเลือกรัยประทานอาหาร รวมไปถึงการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รวมไปถึงการลดน้ำหนักอีกด้วย

เพราะการลดน้ำหนักนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าใครก็อยากที่จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมีรูปร่างที่สวย สวมใส่เสื้อผ้าได้ตามที่ต้องการ แต่การลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากบ้านเราเต็มไปด้วยอาหารที่น่ารับประทาน จึงส่งผลให้คนส่วนใหญ่นั้นมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นกังวลไป สำหรับใครที่ต้องการอยากลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้หุ่นที่สวยสุขภาพดี

แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยากรับประทานอาหาร วันนี้เราจะมาแนะนำผลไม้ที่น้ำตาลน้อย รับรองได้เลยว่ายิ่งทานก็จะยิ่งทำให้เรานั้นผอมได้ไวขึ้น แถมยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วย จะมีผลไม้ชนิดไหนกันบ้างไปดูกันเลย

อะโวคาโด หลายคนคงจะทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ผลไม้ชนิดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการลดน้ำหนัก แถมยังเป็นผลไม้ที่หาทานกันได้ยากมาก ๆ เนื่องจากอะโวคาโดนั้นเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้สูงมากๆ และยังเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูงที่เป็นประโยชนืต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้อะโวคาโดยังอุดมไปด้วยวตามิน แร่ธาตุ รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายของเราเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย เหมาะสมสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก 

ฝรั่ง เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่สามารถหาทานกันได้ง่ายมาก ๆ และยังเป็นผลไม้ที่หลาย ๆ คนนั้นชอบทาน เนื่องจากฝรั่งเป็นผลไม้ที่อาจจะติดหวานบ้าน แต่รู้หรือไม่ว่า ฝรั่ง อุดมไปด้วยพลังงานที่สูงมาก ทั้งยังมีวิตามินซีสูง มีคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำ เหมาะสำหรับทานเป็นอาหารว่างมาก ๆ นอกจานี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถช่วยในการชะลอความแก่ ช่วยลดริ้วรอย ช่วยบำรุงผิวพรรณและที่สำคัญยังสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

สาลี่ หลายคนมองว่าผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่อาจทำให้เรานั้นอ้วนได้ เนื่องจากมีรสชาติที่หวาน แต่รู้หรือไม่ว่าสาลี่ เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลที่ต่ำมาก ๆ แถมยังทานแล้วทำให้เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม วิตามิน และที่สำคัญผลไม้ชนิดนี้จะมีฤทธิ์ที่เย็น ซึ่งสามารถช่วยดับความร้อนในร่างกายได้ ช่วยลดอาการกระหายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และที่สำคัญสาลี่ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

3 ความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุควรระวัง

ความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุควรระวัง เมื่อยายุของเราเริ่มมากขึ้น ทำให้สุขภาพร่างกายต่าง ๆ นั้นเสื่อมสภาพลงไปตามกาลเวลา และแน่นอนว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นมักที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง รวมไปถึงร่างกายมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากว่าร่างกายของผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นไม่แข็งแรง บวกกับร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว หรือไม่ได้ออกกำลังกาย

จนส่งผลให้สุขภาพร่างกายนั้นไม่แข็งแรง ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นประจำก็ตาม แต่หากร่างกายได้ได้เคลื่อนไหว หรือไม่ค่อยออกแรง ก็ไม่ได้มีปะโยชน์อะไร เพราะโรคร้ายสมัยปัจจุบันนี้ไม่เข้าใครออกใคร ซึ่งสามารถเกิดขึ้นให้ราเห็นได้บ่อยมาก ๆ

ดังนั้น สำหรับผู้สูงอายุแล้ว เรื่องโรคร้ายคงไม่ต้องพูดถึง ฉะนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าจะมีความเสี่ยงไหนบ้างที่ผู้สูงอายุควรที่จะระวังไว้ หากไม่อยากมีปัญหาสุขภาพร่างกายต่าง ๆ ตามมาทีหลัง จะมีความเสี่ยงอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

การล้ม แน่นอนว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการหกล้ม เนื่องจากอายุเริ่มมากขึ้น บวกกับการไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย จนส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง มีกระดูกที่อ่อนแอ หรือสภาพร่างกายอาจเสื่อมสภาพลงไปตามกาลเวลา ดังนั้น ปัญหานี้ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ควรมองข้าม และควรที่จะให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะถ้าพลาดหกล้มไปแม้แต่ครั้งเดียวก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายต่าง ๆ ได้ หรืออาจส่งผลกระทบต่อกาเสียชีวิตลงได้นั่นเอง 

การมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากว่าร่างกายของเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเพื่อช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เป็นไปได้ว่ากล้ามเนื้อภายในร่างกายของเรานั้นอาจเกิดการอ่อนแอ จนส่งผลกระทบต่อการทานต่าง ๆ ของร่างกาย และแน่นอนว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นมักที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง จนส่งผลกะทบต่อการใช้ชีวิต และอาการนี้เรียกได้ว่าเป็นอาการที่อาจทำให้ร่างกายของเราได้รับผลกระทบต่าง ๆ ได้ หรืออาจเป็นไปได้ว่าอาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายบางโรคก็ได้ ฉะนั้นแล้ว ทาที่ดีควรหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนองให้ดี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย 

กระดูกพรุน ปัญหาสุขภาพหลัก ๆ ของผู้สูงอายุจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอนกจาก ปัญหาเรื่องของกระดูก เพราะเรียกได้ว่าเป็นปัญหาหลักของผู้สูงอายุ เนื่องจากว่าร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่แล้ว บวกกับการไม่ได้ออกกำลังกาย ร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ทำให้กระดูกสลายได้ง่าย ยิ่งถ้าเราไม่ค่อยได้เลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูก หรือแคลเซียม ก็จะยิ่งทำให้กระดูกเกิดการพรุนได้ง่าย จนส่งผลให้กระทบต่อการใช้ชีวิตนั่นเอง

 

สนับสนุเนื้อหาต่างๆโดย    เครื่องช่วยฟัง

DNA ของไวรัสโบราณในจีโนมมนุษย์ป้องกันการติดเชื้อ

DNA ของไวรัสในจีโนมมนุษย์ซึ่งฝังอยู่ในนั้นจากการติดเชื้อในสมัยโบราณ ทำหน้าที่เป็นสารต้านไวรัสที่ปกป้องเซลล์มนุษย์จากไวรัสบางชนิดในปัจจุบัน ตามการวิจัยใหม่

บทความเรื่อง “วิวัฒนาการและฤทธิ์ต้านไวรัสของโปรตีนของมนุษย์ที่มีต้นกำเนิดไวรัสย้อนยุค” ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ในวารสาร Science ได้ให้ข้อพิสูจน์ถึงหลักการของผลกระทบนี้ การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าชิ้นส่วนของ DNA ของไวรัสโบราณที่เรียกว่า endogenous retroviruses ในจีโนมของหนู ไก่ แมว และแกะ

ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสมัยใหม่ที่มีต้นกำเนิดภายนอกร่างกายโดยปิดกั้นไม่ให้เข้าสู่เซลล์เจ้าบ้าน แม้ว่าการศึกษานี้ดำเนินการกับเซลล์ของมนุษย์ในการเพาะเลี้ยงในห้องแล็บ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าฤทธิ์ต้านไวรัสของไวรัสเรโทรไวรัสภายในร่างกายน่าจะมีอยู่ในมนุษย์เช่นกัน

การวิจัยมีความสำคัญเนื่องจากการสอบถามเพิ่มเติมสามารถค้นพบกลุ่มของโปรตีนต้านไวรัสตามธรรมชาติที่นำไปสู่การรักษาโดยไม่มีผลข้างเคียงจากภูมิต้านทานผิดปกติ งานนี้เผยให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของระบบป้องกันจีโนมที่ยังไม่ได้รับการระบุ

แต่อาจมีขอบเขตกว้างขวางทีเดียว Cedric Feschotte ศาสตราจารย์ด้านอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ของวิทยาลัยเกษตรและวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิตกล่าวว่า “ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าในจีโนมมนุษย์เรามีแหล่งโปรตีนที่มีศักยภาพในการสกัดกั้นไวรัสได้หลากหลายชนิด” จอห์น แฟรงค์, Ph.D. ’20 อดีตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในห้องทดลองของ Feschotte และปัจจุบันเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเยล เป็นผู้เขียนคนแรกของการศึกษานี้

ไวรัสเรโทรจากภายนอกคิดเป็นประมาณ 8% ของจีโนมมนุษย์ อย่างน้อยสี่เท่าของจำนวน DNA ที่ประกอบกันเป็นยีนที่เป็นรหัสของโปรตีน Retroviruses

นำ RNA ของพวกมันเข้าสู่เซลล์โฮสต์ ซึ่งจะถูกแปลงเป็น DNA และรวมเข้ากับจีโนมของโฮสต์ จากนั้นเซลล์จะทำตามคำสั่งทางพันธุกรรมและสร้างไวรัสมากขึ้น ด้วยวิธีนี้ ไวรัสจะจี้กลไกการถอดรหัสของเซลล์เพื่อจำลองตัวเอง โดยปกติแล้ว รีโทรไวรัสจะแพร่เชื้อในเซลล์ที่ไม่ได้ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นต่อไป แต่บางชนิดจะแพร่เชื้อไปยังเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ไข่หรือสเปิร์ม ซึ่งจะเปิดประตูให้ดีเอ็นเอของรีโทรไวรัสส่งผ่านจากพ่อแม่ไปยังลูกหลาน และในที่สุดก็กลายเป็นสิ่งติดตั้งถาวรใน จีโนมโฮสต์

เพื่อให้รีโทรไวรัสเข้าสู่เซลล์ โปรตีนในซองจดหมายของไวรัสจะจับกับตัวรับบนพื้นผิวเซลล์ เหมือนกับกุญแจไขกุญแจ ซองจดหมายนี้เรียกอีกอย่างว่าสไปค์โปรตีนสำหรับไวรัสบางชนิด เช่น SARS-CoV-2 ในการศึกษา Frank, Feschotte และเพื่อนร่วมงานใช้จีโนมิกส์เชิงคำนวณเพื่อสแกนจีโนมมนุษย์และจัดทำรายการลำดับการเข้ารหัสโปรตีนในซองจดหมายของรีโทรไวรัสที่อาจยังคงมีกิจกรรมการจับตัวรับ

จากนั้นจึงทำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาว่ายีนใดที่ทำงานอยู่ นั่นคือการแสดงออกของผลิตภัณฑ์ยีนเรโทรไวรัสซองจดหมายในเซลล์มนุษย์เฉพาะประเภท “เราพบหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแสดงออก” Feschotte กล่าว “และส่วนใหญ่แสดงออกในตัวอ่อนระยะแรกและในเซลล์สืบพันธุ์ และส่วนย่อยจะแสดงออกในเซลล์ภูมิคุ้มกันเมื่อมีการติดเชื้อ”

เมื่อนักวิจัยระบุโปรตีนซองจดหมายต้านไวรัสที่แสดงออกในบริบทต่างๆ แล้ว พวกเขามุ่งความสนใจไปที่หนึ่ง Suppressyn เนื่องจากทราบกันดีว่าสามารถจับตัวรับที่เรียกว่า ASCT2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเซลล์สำหรับกลุ่มไวรัสหลายชนิดที่เรียกว่า Type D retroviruses Suppressyn แสดงการแสดงออกในระดับสูงในรกและในการพัฒนาตัวอ่อนของมนุษย์ในระยะแรก

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

โรคหินปูนในหูชั้นในหลุด

โรคหินปูนในหูชั้นในหลุดเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ที่อายุประมาณ 30-50 ปี แต่ส่วนคนอายุน้อย หรือวัยรุ่นก็สามารถพบได้เช่นกัน โดยเพศหญิงมักจะพบมากกว่าเพศชาย โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตแต่ถ้าเกิดขึ้นในขณะขับรถหรือเดินในที่สูงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

สาเหตุของการเกิดโรคอันดับแรกมาทำความรู้จักกับหูของเราก่อน โดยหูของเราจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ มีหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยหูชั้นในจะมีอวัยวะในการควบคุมการทรงตัว และในนั้นจะมีหินปูนเกาะอยู่ โดยหินปูนนั้นจะเกาะอยู่เฉยๆ

และถ้าหินปูนหลุดออกมาก็จะทำให้หน้าที่ในการควบคุมการทรงตัวของเราเสียไป ทำให้เกิดการเวียนศีรษะ บ้านหมุนขึ้นมาได้ สาเหตุที่ทำให้หินปูนในหูชั้นในหลุดนั้นก็มีสาเหตุต่าง ๆ มากมาย เช่น

1.เสื่อมตามวัยเมื่ออายุมากขึ้น หินปูนที่อยู่ในหูชั้นในก็จะเสื่อมตามไปด้วย ทำให้มันหลุดออกทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการเวียนศีรษะได้เยอะกว่าคนที่อายุน้อย

2.เกิดอุบัติเหตุทางศีรษะ เมื่อถูกกระทบกระเทือนเข้าไปก็ทำให้หินปูนที่เกาะอยู่หลุดออกมา ซึ่งคนที่เคยมีอุบัติเหตุทางศีรษะก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เวียนศีรษะจากโรคนี้ได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีอุบัติเหตุทางศีรษะมาก่อน

3.ผู้ที่เคยติดเชื้อในหู เวลาเกิดการอักเสบในหู การติดเชื้อก็อาจจะลามไปถึงหินปูนในส่วนนี้ ทำให้หินปูนหลุดออกมาก็ทำให้เกิดการเวียนศีรษะได้

4.คนที่เคลื่อนไหวศีรษะเร็วๆ ทำซ้ำ ๆเป็นกิจวัตร เช่น การก้มๆเงยๆ เคลื่อนไหวศีรษะซ้ำ ๆทุกวัน ๆ โอกาสที่จะทำให้หินปูนชั้นในหลุดมีได้สูงเช่นกัน คนที่เป็นโรคนี้ก็จะมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน มีความรู้สึกเหมือนว่าอยู่ในเรือมีอาการโคลงเคลง ทรงตัวลำบาก เดินไม่ตรง และอาจมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อาการอาจจะเป็นๆหายๆ อาจเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนก็ได้  

การรักษาโรคในหินปูนชั้นในหลุด ก็จะเริ่มต้นด้วยการทานยาก่อน แต่ถ้ารับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็จะเริ่มรักษาด้วยการกายภาพ ซึ่งอาจจะต้องปรึกษาหมอหู คอ จมูก ร่วมด้วยว่าซึ่งจะมีวิธีการกายภาพทำให้หินปูนที่กลิ้งๆอยู่ หรือที่หลุดออกมานั้นกลับเข้าที่เดิมอาการก็จะหาย และถ้ารักษาด้วยการทานยาหรือกายภาพไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องผ่าตัดเพื่อลดอาการเวียนศีรษะจากหินปูนที่หลุดออกมา โรคหินปูนชั้นในหลุดนั้นเมื่อหายแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก 

การป้องกันไม่ให้หินปูดในหูชั้นในหลุด 

1.เวลานอนให้นอนหมอนสูง 

2.พยายามเปลี่ยนท่าช้า ๆ ไม่ว่าจะก้มหรือจะเงย อย่าเปลี่ยนท่าเร็วหรือเคลื่อนที่ศีรษะเร็ว 

3.งดออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนศีรษะเร็ว ๆ เช่น การว่ายน้ำ 

4.ป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดการแทกศีรษะ เช่น เวลาขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ก็ควรสวมหมวกนิรภัยไว้ด้วย 

5.เมื่อมีอาการติดเชื้อในหูควรรีบพบแพทย์ เพื่อที่จะได้ยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลามจนทำให้เกิดการเวียนศีรษะ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

หูฟังมีส่วนช่วยงานผู้ประกาศข่าว

หูฟังมีส่วนช่วยงานผู้ประกาศข่าวและพิธีกรอย่างไร คงไม่มีคนไหนที่ไม่เคยดูข่าวในหน้าจอโทรทัศน์หรือตามอินเตอร์เน็ตต่างๆ วันนี้เราจะมาอธิบายกันคร่าวๆว่า หูฟังมีส่วนช่วยและประโยชน์อย่างไร การที่ผู้ประกาศข่าวบางท่านสวมใส่หูฟังนั้น

ทำให้สามารถรู้คิวงานได้เนื่องจากมีโปรดักชั่นคอยบอกอยู่เบื้องหลัง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ประกาศข่าวสองท่าน ในหน้าจอโทรทัศน์

จะทำอย่างไรให้มีคิวสวัสดีพร้อมกัน บางช่องจึงเลือกใช้หูฟังติดที่ตัวผู้ประกาศข่าวเพื่อให้ทำงานได้ตามระบบ เพราะหูฟังเป็นตัวช่วยที่ดีทำให้งานเป็นไปอย่างราบเรียบไม่ผิดเพี้ยน แต่ผู้ประกาศข่าวส่วนใหญ่มักจะใช้หูฟังเพียงข้างเดียวเท่านั้น

เพราะต้องสื่อสารกับบุคคลที่ร่วมเป็นพิธีกรข่าวอีกท่านด้วย ยิ่งงานพิธีกรที่ต้องแสดงหรือโชว์สด พิธีกรเหล่านั้นมักใช้หูฟังเป็นตัวเลือกหลักๆ เสมอ เพื่อให้ความสดวกรวดเร็วหรือแปรเปลี่ยนรูปแบบการจัดรายการไปในทิศทางอื่น หรือเวลามีข่าวด่วน หรือเหตุด่วนเข้ามาเป็นต้น

ถึงแม้หูฟังที่บุคคลเหล่านี้ใช้จะดูใช้งานค่อยข้างน้อยสำหรับประโยชน์ของตัวหูฟัง แต่ก็ใช้ทางด้านรับฟังโดยหูฟังที่จะใช้สำหรับงานประเภท หน้าจอโทรทัศน์ส่วนใหญ่จะเป็นหูฟังแบบ บลูทูธ ไร้สายเพื่อให้ดูสบายตาท่านผู้ชมและสะดวกต่อการใช้งานไม่นิยมใช้หูฟังแบบไร้สาย เพราะถ้าใช้หูฟังแบบไร้สายนั้น

จะทำให้เกิดความยุ่งยากของระยะและอาจจะเกะกะตัวผู้ใช้เอง เรื่องสัญญาณของหูฟังประเภทนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพราะถ้าเกิดหูฟังแบบไร้สายที่ใช้ มีอาการดีเลย์หรือช้ามากก็จะส่งผลให้งานทางหน้าจอโทรทัศน์หรืองานที่เป็นแบบสดเรียล

จะดูแย่ขึ้นมาทันที เป็นยังไงกันบ้างครับเห็นถึงประโยชน์ของหูฟังกันหรือยัง หูฟังไม่ได้มีข้อจำกัดใว้สำหรับแค่ฟังเพลงอย่างเดียวยังมีการใช้งานที่หลากหลายได้อีกด้วย

 

ขอบคุณผู้ที่การสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง