คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ ต้องรักษาอย่างจริงจัง

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ถูกพบมากขึ้นใน ๆ ทุกปี รู้หรือไม่ว่าโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่สามารถทหมีอาการ ปวดบวม ตามข้อต่าง ๆ โดยอาจส่งผลเสียต่ออวัยวะในร่างกายได้ โดยเฉพาะ หัวใจ ปอด เส้นประสาท และอื่น ๆ

การดูแลและรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

การรักษาโรคนี้ปกติแล้วจะเป็นการใช้ยารักษา และการเข้ารับการผ่าตัด เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยยาที่ใช้รักษาจะเป็นยาที่ลดอาการปวด เช่น เอ็นเสด สารยับยั้ง  COX II   และ Corticosteroid นอกจากนี้ยังใช้ยาที่ช่วยเรื่องหยุดความเสียหายที่เกิดต่อข้อ ทั้งนี้หากแพทย์จ่ายยาไปแล้ว และนัดตรวจ ไม่ควรหนีหายไม่ไปตามนัด และไม่ควรหยุดยาเอง ด้วยความเข้าใจผิดว่าดีขึ้นแล้ว หายปวดแล้ว

ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์  การเยียวยารักษาโรค บางทีอาจส่งผู้เจ็บป่วยไปยังผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับเพื่อการบำบัดรักษาโรคหรือนักกายภาพที่ช่วยสอนให้คนป่วยออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อต่อกระดูกต่าง ๆ ผู้ชำนาญบางทีอาจชี้แนะช่องทางใหม่ ๆ เพื่อให้คนเจ็บนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้เครื่องมือช่วยเหลือที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้นแล้วก็เลี่ยงความเจ็บ หรือการลงน้ำหนักไปที่ข้อได้ 

การผ่าตัด ถ้าเกิดการดูแลและรักษาด้วยยาไม่เป็นผลสำหรับการคุ้มครองปกป้องการบาดเจ็บที่ข้อต่อ หรือไม่สามารถชะลอข้อกระดูกให้ถูกทำลายช้าลงได้  พูดง่าย ๆ คือ ไม่ช่วยให้ดีขึ้นเท่าที่ควรจะเป็น คุณหมอผู้เชี่ยวชาญอาจไตร่ตรองให้กระทำการผ่าตัดเพื่อรักษาข้อที่มีการเสื่อมหรือถูกทำลาย

ซึ่งการผ่าตัดบางทีอาจช่วยปรับให้ข้อต่อสามารถใช้การได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยลดความเจ็บรวมทั้งช่วยปรับปรุงส่วนที่ผิดรูปผิดร่างให้กลับมาดีขึ้นได้ ซึ่งบางทีอาจใช้การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวหรือรวมถึงแนวทางอื่น ๆ อาทิเช่น การผ่าตัดเยื่อหุ้มห่อข้อ (Synovectomy) การเย็บเส้นเอ็นรอบข้อที่เสียหาย รวมทั้งการผ่าตัดใช้ข้อเทียม (Total Joint Replacement)

รู้หรือไม่ว่าหากป่วยเป็นข้ออักเสบรูมาตอยด์ สามารถมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมันสามารถลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย แล้วป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เช่น โรคไข้ข้ออักเสบ โรคปากแห้งตาแห้ง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยรูมาตอยด์มีอาการที่หนักขึ้น ควรจะรักษากับแพทย์ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะหากปล่อยไว้นาน ๆ ไม่ยอมรักษาจะเป็นรุนแรงขึ้น และจะเสี่ยงต่อการเดินไม่ได้

นอกจากกรรมวิธีรักษาดังที่กล่าวมา ผู้ป่วยก็ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ เอาใจใส่ต่อข้อของตัวเองให้มาก ๆ เพิ่มความระมัดระวังที่จะเกิดการบาดเจ็บขึ้นและอาจทานแต่สิ่งดี ๆ ได้แก่ การกินน้ำมันปลา น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส เป็นต้น

 

สนับสนุนโดย.    เวปเจตใหม่

ป่วยเป็นไข้หวัดดูแล ตนเองอย่างไร 

               อาการป่วยที่เราสามารถเป็นได้ในทุกฤดูกาลนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของไข้หวัด   ซึ่งปกติแล้วคนเราสามารถเป็นไข้หวัดได้ไม่ว่าจะเป็นในฤดูร้อนหรือในฤดูหนาวรวมถึงฤดูฝนเรียกได้ว่าเมื่อมีอากาศเปลี่ยนแปลงก็สามารถทำให้เรานั้นป่วยเป็นโรคไข้หวัดได้นั่นเอง

          อย่างไรก็ตามเรารู้กันอยู่แล้วว่าสาเหตุของการเป็นไข้หวัดนั้นมาเพราะว่าร่างกายของเราอ่อนแอแล้วมีเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของเราโดยมันจะไปทำลายระบบการทำงานในร่างกายของเราแต่อย่างไรก็ตามไข้หวัดนั้นโดยปกติแล้วไม่ได้ส่งผลรุนแรงถึงแก่ความตายซึ่งคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดนั้นใช้ระยะเวลานานอาการป่วยเพียงแค่ประมาณ 3 วันเท่านั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับแล้วนั่นเอง  

          โดยปกติแล้วคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดนั้นจะเริ่มตั้งแต่มีอาการเจ็บคอหลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการจามและเริ่มมีน้ำมูกไหลซึ่งน้ำมูกนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้ำมูกใสๆแต่ถ้าหากอาการรุนแรงขึ้นน้ำมูกอาจจะเป็นสีข้นเขียวแบบหนืดหนืดได้  นอกจากนี้อาจจะมีอาการอ่อนเพลียมีตัวร้อนมีไข้เล็กน้อยเต็มที่ไข้จะสูงไม่เกิน 40 องศาอย่างแน่นอนที่สำคัญอาจจะมีอาการเสียงแหบร่วมด้วย 

       อย่างไรก็ตามถ้าหากใครเป็นไข้หวัดที่มีอาการรุนแรงมากก็อาจจะมีอาการปวดตามร่างกายปวดหัวมากรวมถึงมีอาการกินอาหารแล้วไม่รู้รสซึ่งอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการระคายเคืองที่ดวงตามีขี้ตาแฉะได้อีกด้วยแต่ปัญหาเหล่านี้นั้นสามารถรักษาได้ด้วยการที่ผู้ป่วยนั้นนอนพักผ่อนให้เพียงพอและพยายามกินน้ำให้มากที่สุด

       โดยน้ำที่กินนั้นควรจะเป็นน้ำเปล่านอกจากนี้ถ้าหากมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ก็พยายามลดอุณหภูมิในร่างกายด้วยการเช็ดตัวประมาณเพียงแค่ 3 วันอาการก็จะทุเลาลงและถ้าเกิดว่าดูแลตนเองอย่างดีเต็มที่ก็ไม่เกิน 7 วันก็หายจากอาการป่วยไปเองโดยที่คนที่ป่วยเป็นไข้หวัดนั้นสามารถหาซื้อยาแก้ปวดหัวหรือยาลดไข้กินเองได้โดยไม่จำเป็นต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็ได้เช่นเดียวกัน 

       สำหรับวิธีการรักษาคนป่วยที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนั้นต้องดูอาการหากว่ามีอาการไอให้เตรียมยาแก้ไอหรือถ้าหากปวดหัวและมีไข้ก็กินยาลดไข้แต่หลักๆแล้วจะต้องมีการนอนพักผ่อนให้เพียงพอแล้วกินน้ำเยอะๆเพียงเท่านี้อาการไข้ก็สามารถหายได้เอง 

   อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เป็นไข้หวัดนั้นโดยปกติแล้วมักจะเกิดจากร่างกายภูมิคุ้มกันลดลงเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอหรืออาจจะติดไข้หวัดจากคนอื่นมารวมถึงถ้าหากใครสูบบุหรี่จะจัดก็อาจจะทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดได้ง่ายกว่าคนอื่นนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    สมัครเว็บหวยฮานอย

มีโรคประจำตัวยิ่งต้องระวัง ไวรัสโคโรนา 2019

ในช่วงที่ไวรัสโคโรนา 2019 กำลังระบาดอยู่ตอนนี้ ทุก ๆ คน ต้องระวังตัวให้ดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรงเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ง่าย อย่างเช่นผู้สูงอายุที่แก่มากยิ่งกว่า 60 ปี คนที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว

อีกทั้งในคนที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคเส้นเลือดหัวใจหรือสมอง ถ้าได้รับเชื้อ COVID-19 จะปรากฏลักษณะของโรคปอดอักเสบ ถ้าเกิดไม่รีบรักษาบางทีอาจก่อให้เกิดระบบหายใจล้มเหลวกะทันหัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจวาย หรือเชื้อไวรัสกระจัดกระจายในกระแสโลหิตรวมทั้งอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้

อาการเมื่อได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะเป็นอย่างไร

เมื่อรับเชื้อเข้าไป เชื้อจะมีระยะฟักตัวอยู่ 2 – 14 วัน โดยคนไข้ 1 ราย สามารถกระจายเชื้อให้บุคคลอื่นได้เฉลี่ย 2 – 4 คน แต่หากอยู่ในสถานที่ ๆ คนเยอะ ๆ ก็สามารถแพร่เชื้อได้มากกว่านี้ด้วยเช่นกัน 

ลักษณะที่จะเกิดขึ้น คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก จาม หอบอ่อนแรง แน่นหน้าอก เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดหัว และอ่อนล้า ท้องร่วง อ้วก ความร้ายแรงของโรคนี้ไม่เหมือนกัน ขึ้นกับในแต่ละบุคคล สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวหากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น 

จากข้อมูลผู้ป่วย 138 เคสที่ได้รับเชื้อไวรัส COVID-19 ในเมืองอู่ฮั่น เมืองจีนกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีอาการหนักระยะวิกฤตจะมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นโรคความดันสูงร้อยละ 58 เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 22 เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจร้อยละ 25 และป่วยเป็นโรคเส้นเลือดสมองร้อยละ 17

การดูแลตัวเองในคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานรวมทั้งภาวะความดันโลหิตสูง

– ทานยารักษา ที่แพทย์สั่งจ่ายอย่างเคร่งครัด สังเกตตัวเอง เมื่อมีอาการแปลก ๆ เกิดขึ้น หลังจากทานยานี้ ให้รีบบอกคุณหมอให้เร็วที่สุด

– คนที่ป่วยโรคเบาหวาน ควรจะตรวจเช็คเท้าวันว่า มีรอยแผล หรือจุดบวมแดงไหม ถ้ามีแล้วแผลไม่สามารถที่จะหายได้เอง ให้รีบไปพบคุณหมอโดยทันที

– คนที่กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวานควรจะตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองเป็นประจำทุกวัน ซึ่งอาจมากกว่าวันละ 1 ครั้ง และก็เขียนบันทึกระดับน้ำตาลไว้ เมื่อใดไปพบคุณหมอตามนัดหมาย ให้นำบันทึกระดับน้ำตาลนี้ไปด้วย

– ควรจะควบคุมระดับความดันเลือดให้น้อยกว่า 140/90 นอกจากนี้ก็ควรจะวัดระดับความดันเลือดพร้อมขียนบันทึกไว้

– ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินกว่าเกณฑ์ ถ้ามีน้ำหนักตัวเกินกว่าเกณฑ์ควรจะลด รวมทั้งเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพ โดยการลดทานเค็ม ของดอง ลดของมัน หวาน เพิ่มปริมาณผักและก็ผลไม้

– ไม่สูบบุหรี่ เป็นแนวทางที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีสำหรับการลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิต

– หลีกเลี่ยงความเคร่งเครียด ไม่เก็บมาคิดสะสม เพราะว่าความเคร่งเครียดจะทำให้ระดับน้ำตาลและก็ความดันเลือดสูงขึ้น

นอกจากนี้ในผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ควรจะดูแลตนเองให้ดีที่สุด ตามแนวทางที่ทุก ๆ วันนี้แพทย์ออกมาแนะนำให้ปฏิบัติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรที่จะดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดมากขึ้นด้วย เพราะหากท่านติดเชื้อขึ้นมาเมื่อใด อาการจะหนักกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพร่างกายด้วยการบริหารร่างกาย และกินอาหารที่มีคุณประโยชน์

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นหวยรัฐบาล

อาหารผู้ป่วยไตห้ามทาน

อาหารชนิดที่หนึ่งก็คือ อาหารรสเค็มจัด โดยอาหารที่มีรสเค็มอาจจะเป็นพวกปลาเค็มเนื้อเค็มอาหารชนิดอื่นๆที่แบใส่เกลือเยอะๆอะไรอย่างนี้พวกปรุงแห้งกะปิน้ำปลาซีอิ๊วขาว 

ซึ่งทางกระทรวงศึกษาสาธารณสุขได้ออกมาเตือนหลังจากที่มีการสุ่มมีการวิจัยต่างๆของกระทรวงสาธารณสุขว่าคนไทยเราบริโภคเกลือมากกว่าค่ามารตฐานที่เกินไปประมาณสองเท่าปกติวันนึงเขาให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน2,000มิลลิกรัม คือเกลือหนึ่งช้อนต่อวันอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ใช่เอาทุกอย่างมารวมกัน

หมายถึงว่าถ้าเรากินเกลือหนึ่งช้อนไปแล้ววันนี้โควต้าสำหรับความเค็มหรือโซเดียมของเราในวันนี้มันครบไปแล้วถ้าสมมุติว่าใครที่อยากคร่าวๆว่าในวันนึงจะกินได้ไม่เกินเท่าไหร่ดีอย่างนี้เราแนะนำว่าเกลือปลายช้อนชาน้ำปลาหนึ่งช้อนชาซีอิ๊วขาวหนึ่งช้อนชารวมๆกันแล้วก็จะได้ใกล้เคียงเกือบๆจะถึง2,000มิลลิกรัมแล้วเพียงแค่3ตัวนี้

นอกจากนี้ที่สำคัญเราจะมีเกลือหรือเราจะมีโซเดียมอยู่ในอาหารธรรมชาติอีกเยอะแยะมากมายอันนี้ก็ให้พวกเรายั้งๆเอาไว้นิดนึงเพราะว่าเมือ่ไหร่ที่เรากินเค็มเพิ่มมเค็มเท่ากับเพิ่มโรคของกระทรวงสาธารณสุขก็มีสโลแกนว่าลดเค็มเท่ากับลดโรคถ้าเราทานเค็มสิ่งที่จะตามมาก็คือภาวะความดันโลหิตสูง

เมื่อความดันโลหิตสูงเกินขึ้นสักระยะจะมีผลกับไตทำให้ไตเสื่อมไตวายได้ก็ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มถ้างดได้งดเลยรับประทานแบบเบาๆรสชาติเบาๆพยายามปรับลิ้นของตัวเองอีกสักพักนึงเราจะปรับตัวได้และเราจะติดรสชาติที่มันไม่จัดจนเกินไปพยายามฝึกตัวเองเพิ่มสุขภาพที่ดี

อาหารชนิดที่สองที่คนไตห้ามทานก็คือ ไขมันทรานส์ ต่างๆ ซึ่ไขมันทรานส์จะอยู่ในรูปของพวกมกะลีนเนยแข็งครีมเทียมหรือไม่ก็หลายๆคนชอบทานน้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ที่ผ่านการเคี้ยวอยู่นานๆหรือไม่ก็น้ำมันถั่วเหลืองเวลาที่เราใช้ในการทำอาหาร

ซึ่งน้ำมันถั่วเหลืองเมื่อมันได้ผ่านความร้อนเยอะๆผ่านความร้อนนานๆจะทำให้มีไขมันทารส์เยอะขึ้นน้ำเต้าหู้ก็เช่นเดียวกันผ่านการเคี้ยวอยู่นานๆน้ำเต้าหู้ก้นหม้อก็จะเป็นไขมันทรานส์เช่นเดียวกัน พวกเนย ชีล มกะลีนเนยแข็ง ครีมเทียม ที่เราใช้ชงกาแฟในทุกๆเช้าอันนี้ก็เป็นไขมันทรานส์เช่นเดียวกัน

เนื่องจากนี้เนยขาวที่อยู่ในอุตสาหกรรมเบเกอรี่อันนี้ก็เป็นไขมันทรานส์ตัวสำคัญเช่นเดียวกัน โดยไขมันทรานส์อันตรายต่อคนไข้ไตอย่างไรทำไมถึงต้องห้ามทาน ไขมันทรานส์จะมีผลกับหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดของเราอุดตันได้ง่ายขรุขระได้ง่าย

เมื่อไหร่ที่หลอดเลือดอุดตันให้พวกเราคิดถึงว่าหอดเลือดพวกนี้ก็คือหลอดเลือดที่เข้าไปเลี้ยงไตและถ้าหลอดเลือดพวกนี้อุดตันจะทำให้เลือดไปเลี้ยงไตได้น้อยลงทำให้ไตเสื่อมได้เร็วขึ้น

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

อาการเวียนหัวบ้านหมุนพร้อมวิธีการรักษาได้ตัวเองที่บ้าน

ซึ่งอาการเวียนหัวบ้านหมุนจะเป็นแบ่งเป็น2ชนิดใหญ่ๆชนิดแรกก็คือมีปัญหาอยู่ภายในสมองโดยจะเป็นชนิดที่อันตรายมากๆเพื่อนๆจะต้องไปโรงพยาบาลทันทีหากคิดว่ามีปัญญาหาจากภายในสมอง

โดยอาการเจ้าปัญหาที่มีอาการในสมองแน่นอนว่าจะต้องมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนประกอบกับอาการทางโรคประสาทอื่นๆเช่นแขนขาอ่อนแรงปากเบี้ยวพูดไม่ชัดหรือแม้กระทั่งมีอาการชักเกงกระตุกหรือระดับความรู้สึกตัวที่มันเปลี่ยนแปลงไปอันนี้เพื่อนๆควรรีบไปโรงพยาบาลเลย

เพราะว่ามันอาจจะเกิดจากสภาวะเส้นเลือดในสมองแตกตีบตันหรือแม้กระทั่งมะเร็งภายในสมองก็ทำให้เพื่อนๆมีอาการเหล่านี้ได้เหมือนกัน

ส่วนชนิดต่อมาคืออาการเวียนหัวบ้านหมุนที่ไม่ได้เกิดจากสมองส่วนใหญ่แล้วก็จะเกิดปัญหาภายในหูของเราโดยหูคนเรานอกจากจะทำหน้าที่ในการได้ยินรับฟังเสียงแล้วก็ทำหน้าที่ในการทรงตัวอีกด้วยโดยโรคของหูของเราที่จะทำให้เรามีอาการเวียนหัวบ้านหมุนที่จะพบเจอบ่อยๆจะมีอยู่ทั้งหมดสองโรค

นอกจากนี้ทั้งสองโรคนี้รักษาคล้ายๆกันแต่ว่าอาการมันจะไม่เหมือนกันโรคที่หนึ่งที่เกิดจากหูเรียกว่า โรคนิ่วในหูชั้นใน ซึ่งโรคนี้เกิดจากการที่มันมีแคลเซียมหรือว่านิ้วอยู่ในหูชั้นในของเราไปปัดอยู่ข้างในหูทำให้เรามีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนตามมาได้

เนื่องจากนี้ประวัติของคนไข้ที่มาด้วยโรคนี้จะค่อยข้างชัดเจนมากก็คือเกิดจากการที่เปลี่ยนท่าทางแบบทันทีทันใดเช่นบางคนอยู่นอนอยู่ลุกขึ้นมายืนเลยก็จะมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนอ้วกแตกตามมาหรือบางคนเรียกแล้วหันหน้าไปด้วยความเร็วตามเสียงก็จะเกิดการที่นิ้วมันหลุดออกมาทำให้มีอาการเวียนหัวตามมาได้

ซึ่งข้อดีของเจ้าโรคนิ่วในหูชั้นใน คืออาการเวียนหัวบ้านหมุนมันจะอยู่ไม่นานนักจะอยู่แค่หลักวินาทีจนถึงหลักนาทีเท่านั้นถ้าเรากลับมาอยู่ในท่าทางที่มันปกติมันก็จะหายเวียนหัวเอง

ดังนั้นโรคเวียนหัวชนิดที่สอง โรคน้ำในหูชั้นในมากผิดปกติ หรือ เรียกง่ายๆว่าโรคน้ำในหูไม่เท่าหนึ่งสาเหตุของการเกิดมันก็เกิดจากการที่น้ำในหูของเรามันมีข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้างหนึ่งผิดปกติทำให้เราเสียการทรงตัวเวียนหัวบ้านหมุนตามมา

โดยเจ้าโรคนี้มันมักจะไม่สัมพันธ์กับท่าทางอาการมักจะเป็นช้ากว่าเจ้าโรคนิ้วในหูชั้นในแต่ข้อเสียของเจ้าโรคน้ำในหูชั้นในมากผิดปกติคือมันจะเป็นค่อยข้างรุนแรงคืออาการเวียนหัวบางคนจะอยู่เป็นหลักชั่วโมงจนถึงหลายวันก็มีเหมือนกัน

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

เคล็ดลับในการช่วยลดน้ำหนักของคนขี้เกียจ!!

ก็อยากลดน้ำหนักแต่ก็อย่างว่าละ ใครๆก็ไม่อยากจะมานั่งออกกำลังกายหนัก และ กินคลีน แต่เราก็คงหนีไม่พ้นหรอก เพราะการที่เราจะลดน้ำหนักได้ นั้นเราก็ต้องควบคุมอาหารหรือ ออกกำลังกายอยู่ดีนะ แต่เรามีเคล็ดลับหรือตัวช่วยที่จะทำให้เพื่อนๆ

ลดน้ำหนักแบบฉบับคนขี้เกียจ สามาถทำได้มาฝากกันละ ไม่เชื่อ ลองทำตามดูได้นะเพราะเชื่อว่าหากทำจนเป็นนิสัย อย่างน้อยเพื่อนๆ จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ไปดูกันดีกว่าว่ามีเคล็บลับอะไรบ้างที่มาช่วยเราลดน้ำหนักกัน

กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น

ขึ้นชื่อว่าลดน้ำหนักหรือลดไขมันคงหนีไม่พ้นเรื่องการกิน และแนะนำเพื่อนๆหรือสาวๆที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือขี้เกียจไปฟิตเนส หรือ ออกกำลังกายอะไรก็ตาม ให้หันมากินผักและผลไม้มากขึ้น เพราะว่าผักเองมีแคลอรี่ไม่เยอะ แถมมีไฟเบอร์สูง ช่วยในการย่อยและขับถ่ายและกินหลากหลายสีก็จะยิ่งช่วยเรื่องวิตามินและเกลือแร่ด้วยนะ ส่วนผลไม้เองก็เช่นกัน การที่เรากินผลไม้มากขึ้นนั้นจะช่วยให้เราได้รับวิตามินและเกลือแร่ด้วยเช่นกันและจะช่วยให้เพื่อนๆ ลดอาหารหิวจุกจิกได้ด้วยนะ

อย่าเครียดเลย ทำตัวให้ชิวเวลาลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักนะ รู้เลยว่าเพื่อนๆ หรือ สาวๆ ต้องเกิดความเครียดหรือท้อแน่นอน เพราะทั้งต้องดูแลเรื่องการกิน และยังต้องพยายาหาเวลาในการออกกำลังกายอีก แล้วพอทำแล้วทำไมน้ำหนักไม่ลด สัดส่วนไม่ลงเลยนะ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เครียดหรือท้อได้ยังไงกันละ แต่ถ้าเพื่อนๆ ยิ่งเครียด ยิ่งอยากลดร่างกายกลับจะต่อต้านนะและจะยิ่งหวงไขมันไม่ยอมเผาผลาญเลยละ

กินของหวานเป็นดาร์กช็อกโกแลตสิ

เพื่อนๆหรือสาวๆ ที่อยากขอหวาน ไม่ได้แปลว่ากินของหวานไม่ได้เลยนะ เพราะว่าจริงๆแล้วมีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งอย่างนั้นก็คือ ดารืด ช็อกโกแลต เพราะว่าดาร์กช็อกโกแลตเนี่ยละทำให้เราลดความอยากขนมหวานได้ดี มีแคลอรี่ไม่สูงแถมทำให้อารมณ์ดีด้วยนะ

กินอาหารที่ดีมีประโยชน์

กินอาหารดีมีชัยกว่าครึ่งเพราะว่าการที่เรากินอาหารดีจะช่วยเรื่องการลดไขมันและไม่สะสมไขมันใหม่เพิ่มด้วยนะ การกินดีก็พวกแป้งดี โปรตีน ไขมันดี นั้นละ ร่างกายเราจะได้ลดแบบไม่โทรมละ

นอนให้เยอะดื่มน้ำให้มาก

การที่เพื่อนๆ ต้องการลดน้ำหนักได้นั้นเรื่องการนอนเยอะ และ ดื่มน้ำให้มากจะส่งผลโดยตรงกับการลดน้ำหนักเลยนะ ดังนั้นเพื่อนๆควรจะสนใจเรื่องการนอนและการดื่มน้ำด้วยนะ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

เทคนิคการลดน้ำหนักดีๆ แบบไม่เหนื่อย

เทคนิคการลดน้ำหนักดีๆ แบบไม่เหนื่อย ในช่วงที่เราลดน้ำหนักอยู่ !!

การที่เราต้องลดน้ำหนัก บางทีเราก็อดอาหารแล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว แต่บางทีก็ลดน้ำหนักไม่ลงสักที วันนี้เรามีเทคนิคเพิ่มเติม ในการช่วยให้เพื่อนๆลดน้ำหนักได้ดีและง่ายขึ้นด้วยนะ เพราะว่าเทคนิคเล็กๆแบบนี้หากเพื่อนๆ ทำเป็นประจำ จะช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้ดีขึ้นก็ได้นะ 

ลดการกินเค็ม หรือ ลดการกินโซเดียม ให้น้อยลง

เพื่อนๆหลายคนมองข้ามเรื่องการกินเค็มหรือการกินโซเดียมเยอะๆ นั้น มันจะทำให้เพื่อนๆลดน้ำหนักได้ แต่อาจจะช้ากว่าที่คิดเท่านั้นเอง แต่หากเพื่อนๆ ลดความเค็มได้ หรือ ลดโวเดียมได้แล้วละก็ จะช่วยทำให้เพื่อนๆลดการบวมของร่างกายได้เป็นอย่างดี จะดูไม่บวมน้ำและร่างกายก็ไม่กักน้ำในร่างกายมากเกินไปด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ลองหันมากินเค็มน้อยลง อาจจะเป็น ดอกเกลือ หรือ เกลือชมพู หรือ เครื่องปรุงที่เค้าทำออกมาเป็นแบบโซเดียมต่ำ ดูนะ 

ลดการกินหวาน หรือ ลดน้ำตาล ให้น้อยลง

เพื่อนๆหลายๆคน ที่ลดน้ำหนักอย่างหนัก ทั้งออกกำลังกาย คุมอาหาร แต่มาแพ้ความหวาน ก็จะทำให้เพื่อนๆ ผอมหรือลดน้กหนักได้ช้าลงแน่นอน เพราะหากเพื่อนๆ ยังคงติดของหวานหรือ ติดน้ำตาล นั้นละ อย่าง ขนมหวานต่างๆ บิงซู ฮันนี่โทรส ชานมไข่มุก ต่างๆนานา พวกนี้ มันคือหวานมากก มันเหมือนกับเพื่อนๆ นั้นกินน้ำตาลเข้าไปหลายๆช้อนเลยนะ ซึ่งการกินของหวานหรือน้ำตาล พวกนี้จะทำให้เพื่อนๆ ได้รับพลังงานแคลอรี่สูงมาก และเผาผลาญไม่ทันแน่นอน และมันจะสะสมเป็นไขมันในร่างกายเราต่อไปนั้นเอง ถึงจะกินวันละนิดวันละหน่อย กลายเป็นว่ามันสะสมความหวานมาเรื่อยๆ นะ 

กินผักให้เยอะๆ หรือพยายาให้มีผักทุกมื้อเลย

การที่หลายๆ คน ลดน้ำหนักนั้น ไม่ค่อยได้นึกถึงการกินผักนั้นเป็นเรื่องที่ผิดนะ เพราะจริงๆแล้วหากเพื่อนๆ กินผักในจำนวนมากๆ และหลากหลายสี จะทำให้เพื่อนๆ มีวิตามินและเกลือแร่ ที่ร่างกายต้องการนะ และการกินผักเยอะๆ แบบนี้เพื่อนๆ จะได้ไฟเบอร์มากขึ้น ซึ่งการกินไฟเบอร์จะไปช่วยเรื่องการย่อยอาหารประเภทโปรตีนที่คนส่วนใหญ่ที่ลดน้ำหนักเน้นกินเยอะที่สุด นอกจากนี้เพื่อนๆจะช่วยให้ระบบขับถ่ายนั้นดีขึ้นอีกด้วย

จิบน้ำทั้งวัน หรือ ดื่มน้ำให้เยอะๆ 

การที่เพื่อนๆกินอาหารดี และ ออกกำลังกาย แต่หากมองข้ามเรื่องการดื่มน้ำไป นั้นก็จะทำให้เพื่อนๆลดน้ำหนักยากขึ้น เพราะว่าการที่ดื่มน้ำมากๆ จะช่วยส่งผลเรื่องการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ระบบเผาผลาญไขมัน นั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยฮานอย 5g คือ

การกินถั่วมีทั้งข้อดีและข้อเสียคนรู้หรือไม่

           เวลาที่เราอ่านข้อมูลเกี่ยวกับถั่วหรือได้ฟังข้อมูลมาเกี่ยวกับทัวร์ต่างก็มักจะบอกว่าถั่วนั้นดีมีประโยชน์ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักจะบอกให้คนลดน้ำหนักนั้นกินถั่วแทนการกินขนมวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องข้อดีของถั่วรวมถึงข้อเสียของถั่วว่ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้างและเราควรจะกินยังไงที่จะทำให้เรากินถั่วนั้นเราได้รับผลประโยชน์จากการกินถั่วมากขึ้นไม่เกิดข้อเสียนั่นเอง 

          แน่นอนว่าถั่วนั้นมีหลายประเภทด้วยกันซึ่งบางประเภทก็มีราคาแพงอย่างม่อนก็อยู่ในตระกูลถั่วแต่บางประเภทนั้นก็มีราคาถูกเช่นถั่วลิสงของไทยทั่วๆไปซึ่งถั่วแต่ละชนิดนั้นก็จะให้สารอาหารและมีผล ดีต่อร่างกายแตกต่างกันออกไปตามแต่ชนิดของถั่ว ซึ่งแน่นอนว่าการที่เรากินถั่วนั้น

จะช่วยให้เรานั้นอิ่มเร็วขึ้นและเมื่อเราอิ่มแล้วเราก็จะไม่ไปกินพวกขนมจีบทำให้เราสามารถลดน้ำหนักได้ดีแต่อย่างไรก็ตามการกินถั่วนั้นก็ควรจะต้องมีการเลือกกินเส้นคนไทยนิยมที่จะกินถั่วลิสงเพราะเป็นถั่วที่อยู่กับคู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานแต่ถั่วลิสงนั้นการกินที่ดีนั้นจะต้องกินแบบร้อนๆเพราะถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ 2-3 วันขึ้นไปก็จะทำให้เรานั้นเกิดอันตรายจากการกินถั่วลิสงได้

โดยเฉพาะส่วนลิสงที่มีการบดให้ละเอียดนั้นจะมีการเกิดอันตรายได้ง่ายหากเรามีการกินเข้าไปโดยที่เราไม่ดูเนื่องจากว่าหากถั่วลิสงได้มีการนำมาใส่ถุงหรือใส่ภาชนะเอาไว้หลายวันก็จะเกิดความชื้นได้ง่ายซึ่งเมื่อเกิดความชื้นแล้วสิ่งที่ตามมาก็คือจะทำให้มีเป็นพวกเชื้อราบนเปื้อนเข้าไปซึ่งมันจะส่งผลให้เราเกิดโรคต่างๆได้อีกด้วยอย่างเช่นโรคมะเร็งอย่างไรก็ตามก็จะมีถั่วบางชนิดที่เมื่อเรากินเข้าไปแล้วอาจจะมีทั้งผลดี

และผลเสียซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณที่เรากินเพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าของที่ดีมีประโยชน์นั้นหากเรากินมากเกินความจำเป็นของร่างกายแทนที่เราจะได้ประโยชน์จากการกินของสิ่งนั้นก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาก็ได้และถั่วก็เช่นเดียวกันเพราะถ้าหากเรากินมากเกินไปผลเสีย

ที่จะตามมาก็มีมากเช่นเดียวกันนั่นเองยังไงก็ตามถ้าหากเรามีการเลือกกินถั่วที่พอเหมาะก็จะทำให้เรานั้นสามารถได้รับประโยชน์จากถั่วได้ในแต่ละวันนั้นเราจึงควรไม่กินถั่วมากกว่า 1 ฝ่ามือหรือประมาณไม่เกิน 1 ออนนั่นเองเพราะในปริมาณขนาดนี้เราจะได้รับแคลอรี่จากการกินถั่วอยู่ที่ 200 แคลอรี่

แต่ถ้าเกิดว่ากินมากเกินไปกว่านี้ก็จะทำให้เรานั้นได้รับการบริจาคส่วนมากขึ้นการลดน้ำหนักของเหล่านั้นก็จะไม่ได้ผลอีกทั้งการกินถั่วมากเกินไปก็จะส่งผลต่อระบบการย่อยและอาจจะทำให้เกิดแก๊สในท้องทำให้เกิดปัญหาอาการปวดท้องและท้องผูกหรือท้องเฟ้อได้

แต่ถ้าหากเรารู้จักกินในปริมาณที่พอเหมาะก็จะช่วยส่งเสริมให้เรานั้นได้รับสารอาหารอย่างดีเพราะตัวนั้นจะมีโปรตีนค่อนข้างเยอะและร่างกายเรานั้นควรที่จะกินโปรตีนเยอะๆหากเทียบกับการกินแป้งแล้วโปรตีนสำคัญกับร่างกายเรามากกว่าพอจะช่วยในเรื่องของการลดความแก่เร็วช่วยบำรุงเกี่ยวกับระบบหัวใจได้ดีอีกด้วยนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บแทงหวยถอนขั้นต่ำ100

อาหารที่ดีมีประโยชน์ ที่ช่วยลดน้ำหนักได้ไว

หลายๆคนที่เริ่มต้นลดน้ำหนักอาจจะหันมาสนใจการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อที่ตัวเองจะได้ลดน้ำหนักเร็วขึ้น ใช่ ถูกต้องแล้ว นั้นคือวิธีที่จะช่วยให้เพื่อนๆลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นเร็วจริงๆ

เพราะการกินนั้นมีผลต่อการลดน้ำหนัก 70 เปอร์เซ็นต์เลยนะ และการออกกำลังกายมีผลในการลดน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรื่องการเลือกอาหารการกินที่มีประโยชน์นั้นมีผลต่อการลดน้ำหนักมากเลยละ

เรามาดูกันดีกว่าอาหารที่ดีและช่วยลดน้ำหนักนั้นมีอะไรกันบ้าง

ควินัว นั้นคืออาหารซุปเปอร์ฟู๊ดที่จะช่วยทำให้ร่างกายเราอิ่มนานขึ้น เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักควินัว ควินัวคือ ธัญพืชชนิดหนึ่งที่ที่สมบูรณ์แบบเพราะมีทั้งโปรตีน เส้นใยอาหาร วิตามินและยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอีก ทำให้ควินัวนั้นเป็นอาหารที่คนลดน้ำหนักหลายๆคนให้ความสนใจและหันมาซื้อติดบ้านนั้นเอง เพราะนอกจาการที่เจอะช่วยเรื่องการอิ่มท้องเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นในการเผาผลาญไขมันที่สะสมในช่วงบริเวณหน้าท้องได้ดีอีกด้วย

ไข่ไก่ อาหารที่หาซื้อกันง่ายๆและทุกคนก็กินกันบ่อยๆ เป็นอาหารที่มีประโยชน์มาก เพราะตัวไข่ไก่เองนั้นอุดมไปด้วยสารอาหาร มีทั้งโปรตีนดี ไขมันดี และ ยังมีวิตามินที่ดีต่อร่างกายอีกหลายตัวเลย ใครที่ชอบกินไข่นั้นมาถูกทางสำหรับที่ลดน้ำหนักแล้วละ เพราะไข่ขาวนั้นให้โปรตีนได้ดี แคลอรีน้อยและไข่แดงมีไขมันดีและกรดอะมิโนที่ช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพนั้นเอง 

เมล็ดเจีย หรือ เมล็ดเชีย นั้นเป็นซุปเปอร์ฟู๊ดอีกตัวที่ช่วยทำให้เพื่อนๆลดน้ำหนักได้ง่ายและเร็วขึ้นเพราะว่าการที่กินเมล็ดเจียนั้น จะช่วยทำให้อิ่มท้อง เพราะตัวเมล็ดเจียนั้นมีไฟเบอร์สูงและยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้การกินเมล็ดเจียยังช่วยทำให้อารมณ์ดีและช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สึกหรอให้หายเร็วขึ้นได้อีกด้วย ดีสุดๆไปเลย

มิ้น เป็นอาหารที่หลายๆคนไม่ได้นึกถึงเวลาที่ลดน้ำหนัก แต่ถ้าเพื่อนๆลองมากินอาหารหรือเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วยมิ้นท์นั้นจะช่วยทำให้เพื่อๆสดชื่นและแถมยังทำให้รู้สึกอยากอาหารน้อยลงด้วยนะ ซึ่งตัวขมิ้นเองมีคุณสมบัติในการลดความอยากอาหารได้ดีเลยละ 

เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจเรื่องอาหารที่มีประโยชน์ วันนี้เราเอาข้อมูลมาฝากแล้วเพื่อนๆลองไปทำตามดูสิ รับรองน้ำหนักลงเร็วแน่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

การเจาะหู 

เมื่อเราต้องการที่จะพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับหูของเราเพราะว่าเดี่ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือว่าผู้หญิงก็เริ่มที่จะมีแฟชั่นในการเจาะหูนั่นเอง แต่ว่าการเจาะของแต่ละคนก็ไม่ได้เหมือนกันเพราะว่าบางคนก็เลือกที่จะเจาะเพียงข้างเดียว หรือว่าจะเป็นการที่เราเจาะข้างหนึ่งมีสามรูหรือว่าสองรูนั่นเอง

  แต่เป็นเรื่องของเขาแต่ว่าการที่เราเจาะหูเดี่ยวนี้เป็นเรื่องที่เราดูว่าเป็นเรื่องที่ปกติแล้วนั่นเองไม่ได้ดูว่าจะเป็นเรื่องที่หน้าเกียจอะไรนั่นเองเพราะว่าโลกเราเริ่มเปลี่ยนไปนั่นเอง  

       การที่เราจะเจาะหูสิ่งแรกที่เราจะเจาะเราต้องดูสถานที่ก่อนว่าเราต้องไปเจาะที่ไหนและสถานที่แห่งนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสะอาดนั่นเอง เพราะว่าการที่เรามีร้างที่สะอาดเป็นเรื่องที่ดีแก่เรานั่นเอง  และเมื่อเราอยากที่จะเจาะจริงๆเราก็ควรที่จะเจาะตามร้านที่ขายเกี่ยวกับเรื่องต่างหูหรือว่าเป็นร้านเครื่องประดับนั่นเอง 

เพราะว่าการที่เราไปตามร้านนี้จะเป็นการที่เราได้เจาะหูอย่างมีคุณภาพและคนที่เจาะก็เป็นการที่ผ่านมาอย่างโชคโชนแล้วนั่นเอง และการเจาะก็จะไม่เกิดปัญหานั่นเอง และเมื่อเราที่จะเจาะเราจะเห็นได้ว่าต้องมีการเอายามาทาเพื่อที่จะเป็นการนวดถูๆที่ติ่งหูของเรานั่นเองเพื่อที่จะเป็นการทำให้หูของเราเริ่มที่จะชา จากนั้นจะเป็นเครื่องมือที่เกี่ยวกับการเจาะหูหรือว่าให้เรียกตามบ้านๆก็เป็นปืนเจาะหูนั่นเอง  

       จากนั้นก็จะทำการเจาะหูของเราโดยที่เราต้องบอกเขาว่าต้องการกี่รูนั่นเองเขาจะทำการเจาะหูให้เรา  และเมื่อเราเจาะเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเป็นการเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลแผลที่เราเจาะหูมานั่นเองเพราะว่าการที่เราต้องดูแลเกี่ยวกับหูสิ่งที่เราควรที่จะทำคือการทำความสะอาดแผล

เพราะว่าช่วงแรกจะเป็นเกี่ยวกับอาการปวดและการที่จะเป็นน้ำเหลืองที่ติดอยู่ที่ต่างหูของเรานั่นเอง และเรายังไม่ต้องแกะต่างหูออกแต่ว่าเป็นการที่เราเช็ดทำความสะอาแผลของหูเราด้วยน้ำอุ่นเป็นการดีที่สุดหรือว่าจะเป็นน้ำเกลือที่เราเอาไว้ล้างแผลนั่นเอง จากนั้นเราก็ควรที่จะเช็ดทำความสะอาดเช้า

และเย็นถ้าเราพอที่จะมีเวลาก็ทำกลางวันด้วยนั่นเองเพื่อที่จะเป็นการทำให้แผลของเราหายได้ไวมากขึ้นนั่นเอง  สิ่งที่เราควรที่จะต้องจำคือการที่เราต้องใส่ต่างหูที่เป็นเครื่องเงินแท้ ไม่ใช่โลหะเพราะว่าการที่เราใส่โลหะอาจจะเกิดอาการที่ทำให้หูของเราแพ้และก็เกิดอาการบวมแดง หรือว่าเป็นหนองได้นั่นเอง  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ