ข้อแตกต่างระหว่างไข้เลือดออกและไข้หวัด

ทั้งสองโรคนี้บางทีเราก็แยกไม่ออกจริงๆว่ามันแตกต่างกันอย่างไร แต่เอาจริงๆก็อย่าเป็นทั้งสองโรคเลยจะดีกว่า สำหรับอากาศบ้านเราตอนนี้ก็นำพาสองโรคนี้มาด้วย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นไข้หวัดหรือเราเป็นไข้เลือดออกกันแน่

ดังนั้นหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่แยกไม่ออกเรามาดูวิธีดูแลและวิธีป้องกันกันดีกว่าว่า ถ้าเป็นโรคแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคอะไร หรือ  เครื่องช่วยฟังอย่างดี   ถ้าเราเป็นแล้วจะดูแลตัวเองอย่างไรถึงจะถูกต้องและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

มารู้จักข้อแตกต่างระหว่างไข้เลือดออกและไข้หวัด

  • อาการของไข้เลือดออก

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออก มักจะมีอาการร่างกายอ่อนเพลียหรือบางคนก็จะมีอาการปวดท้องร่วมด้วยซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าอาการจะคล้ายคล้ายกับโรคไข้หวัดเพราะจะปวดเมื่อยตามเนื้อตัวแต่หากมีระยะเวลาในการป่วยจะค่อนข้างแตกต่างกันและไข้จะสูงขึ้นมาก

โดยใช้ระยะเวลาประมาณสองถึงเจ็ดวันในขณะที่บางรายที่เราพบเจอก็มีอาการชักร่วมด้วยดังนั้นอาการชักนี้จะไม่เป็นทุกคนแต่ส่วนใหญ่แล้วถ้ามีอาการชักก็จะมักเกิดขึ้นกับเด็กเสียมากกว่า

อาการต่อมาที่สังเกตได้ก็คืออาการไม่มีแรงแขนขาสั่นมักจะมีจุดเล็กๆตามตัวหรือตามจุดต่างๆยกตัวอย่างเช่นแขนขาจะมีจุดแดงแดงขึ้นบริเวณเหล่านั้นโดยเราจะรู้ได้ทันทีว่าเป็นอาการของไข้เลือดออกแต่ที่สำคัญหากว่ารู้แล้วว่าเป็นใครเลือดออกก็ควรทานอาหารอ่อน

เพราะว่าอาจจะมีอาการอาเจียนขั้นรุนแรงเกิดขึ้นได้ดังนั้นอาหารที่ผู้ป่วยควรรับประทานต้องไม่รสจัดหรือเป็นอาหารอ่อนเช่นข้าวต้มเป็นต้น

  • อาการไข้หวัด

อาการเริ่มต้นจากการเป็นไข้หวัดแล้วก็ไม่สามารถแยกออกจากใครเลือดออกได้เช่นกันแต่เมื่อนานไปไข้เลือดออกจะมีตุ่มแดงแต่ไข้หวัดจะไม่เป็นตุ่มดังนั้นเราจะสามารถแยกออกจากตรงนี้หรืออาจจะสังเกตจากอาการคัดจมูกเจ็บคอปวดศีรษะก็ได้เช่นกันแต่ถ้าหากเป็นไข้หวัดแล้วต้องระวังในวัยเด็กให้มากๆเนื่องจากอาจจะทำให้ไวรัสตัวนี้ลงปอดได้

อาการแทรกซ้อนเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อเด็กมากซึ่งจะพบแค่ในวัยเด็กเท่านั้นหากเป็นวัยผู้ใหญ่จะไม่อันตรายเท่ากับวัยเด็กสิ่งที่ต้องระวังให้ดีก็คือหลังเป็นไข้หวัดประมาณสองวันจะมีอาการไข้สูงสูงต่ำต่ำดังนั้นควรทานเกลือแร่หรือน้ำผลไม้หรือจิบน้ำให้มากๆและพักผ่อนให้เพียงพอต้องอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

แต่ไม่ใช่เปิดแอร์ใส่เพราะอาจจะทำให้ใครขึ้นสูงได้ในกรณีที่เป็นไข้เกินเกินสามวันควรพาไปพบแพทย์เพราะหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะตามมา